ลดภาษี 10% ล้มเลิก บอกไม่เคยพูด อ้างที่หาเสียงแต่ยกตัวอย่างเท่านั้น

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายให้ผู้บริหารระดับสูงของกรมสรรพากร ว่า การลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ตามนโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่ได้หาเสียงไว้นั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยได้สั่งการให้กรมสรรพากรไปศึกษาการปฏิรูปภาษีทั้งระบบ ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีนิติบุคคล เพื่อให้ไม่ให้กระทบกับฐานะการคลังและลดความเหลื่อมล้ำ

“ตอนนี้ได้ตั้งคณะทำงานศึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมนัดแรกในวันที่ 30 ส.ค. นี้ สำหรับการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ 10% นั้น ยังอยู่ระหว่างการศึกษา ตอนที่หาเสียงเลือกตั้ง มีการพูดกว้าง ๆ ไม่ได้ลงรายละเอียด โดยการลดภาษีบุคลลธรรมดา10% ก็เป็นการยกตัวอย่าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการหาเสียง” นายอุตตม กล่าว

นายอุตตม กล่าวว่า ในช่วง 10 เดือน ของปีงบประมาณ 2562 (ต.ค. 61-ก.ค. 62) กรมสรรพากรเก็บภาษีได้เกินเป้าหมาย 4.8 หมื่นล้านบาท แต่จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ได้สั่งการให้กรมสรรพากร วางแผนการเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 2.11 ล้านล้านบาท ให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อที่ประเทศจะได้มีเงินเพียงพอรองรับการลงทุน

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กรมสรรพากรเดินหน้าการจัดเก็บภาษีอีบิสเนส ซึ่งกระทรวงการคลังพร้อมให้การสนับสนุนให้มีการเดินหน้ากฎหมายนี้ เพราะจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ของประเทศ และช่วยให้เกิดการขยายฐานภาษีให้มากขึ้น โดยรายละเอียดของกฎหมายยังยืนยันตามร่างเดิม คือ ให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแพลตฟอร์มของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในต่างประเทศ แต่มีรายได้เกิดขึ้นในไทยจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

นายอุตตม กล่าวอีกว่า ในส่วนของการขยายภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่ 7% ออกไป หลังจากจะหมดอายุในวันที่ 30 ก.ย. 2562 นั้น กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรจึงจะเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า เป้าหมายการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรในปีงบประมาณ 2563 อยู่ที่ 2.11 ล้านล้านบาท ได้เตรียมมาตรการในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้เป็นไปตามเป้าหมายแล้ว

สำหรับการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ 10% เป็นเรื่องที่ตอบยากมาก เพราะตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่า จะเป็นการคิดจากฐานอะไร แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การลดภาษีส่วนนี้จะทำให้เสียรายได้ไปอย่างแน่นอน รวมถึงจะเพิ่มความเหลื่อมล้ำให้การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระหว่างผู้มีรายได้น้อย กับคนที่มีฐานะดีเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมีผู้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จำนวน 10.7 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเพียง 4 ล้านคน โดยในส่วนนี้เป็นคนที่มีฐานะดี 3% ซึ่งคิดเป็นรายได้ของภาษีบุคคลธรรมดาถึง 72% ของรายได้ภาษีบุคคลธรรมดาที่เก็บได้ปีละประมาณ 4 แสนล้านบาท หรือ คิดเป็น 17% ของภาษีที่กรมสรรพากรเก็บได้ทั้งหมด

“การเก็บรายได้ของกรมสรรพากรที่ 2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 70% ของรายได้ทั้งหมดของประเทศ หากมีการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ย่อมกระทบกับการจัดเก็บรายได้ของประเทศและกรมสรรพากรอย่างแน่นอน ส่วนภาษีอีบิสเนส คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ปีหน้า ช่วยให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่ม 4,000 ล้านบาทต่อปี” นายเอกนิติ กล่าว

 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ > https://www.posttoday.com/finance-stock/news/598760

ใส่ความเห็น