หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด การจ่ายขั้นต่ำ กับ การหยุดจ่าย อันไหนดีกว่ากัน

หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด

 

หลายคนคนยังมีคำถามที่คาใจว่า

#การจ่ายขั้นต่ำ กับ #การหยุดจ่าย อันไหนดีกว่ากัน

ขยายความชี้ให้เห็นความแตกต่าง ข้อดีข้อเสียให้ฟัง!!

#ข้อดีของการยังจ่ายขั้นต่ำ

1. ท่านยังประวัติดี ไม่เสียประวัติการเงิน ตราบใดยังจ่ายไม่น้อยกว่าที่กำหนด และไม่หยุดจ่ายเกินสามสิบวัน ก็ยังถือว่าประวัติดี สามารถยื่นกู้อะไรได้อีก แล้วแต่ท่านต้องการ แต่จะผ่านไหมแล้วแต่ธนาคารนั้นๆ และแล้วแต่ฐานะการเงินของคุณ ณ เวลายื่นกู้ด้วย

2. เจ้าหนี้ไม่ทวง หรือจ่ายช้าทวงบ้างแต่ยังน้ำเสียงดีๆอยู่

3. ท่านไม่อายใคร เพราะยังไม่มีใครทวงหนี้ที่ทำงาน หรือที่พ่อแม่ หรือแฟนอยู่

4. คนที่ท่านปิดบังว่าท่านยังไม่เคยมีหนี้ก็ยังไม่รู้ว่าทา่นมีหนี้ เพราะยังไม่มีหนังสือทวง หรือยังไม่มีหมายศาลไปหาที่บ้าน

5. ดอกเบี้ยยังไม่เปลี่ยนยังคิดเท่าเดิมตามสัญญาที่ยื่นกู้

 

#ข้อเสียของการจ่ายขั้นต่ำ

1. ส่วนใหญ่ที่จ่ายขั้นต่ำ จะมีแต่ดอกเบี้ยเกินเงินต้น ตัดเงินต้นออกไปไม่กี่บาท ดอกเกินครึ่งของที่จ่ายไป

2. เมื่อจ่ายขั้นต่ำแล้วท่านกดออกมา เพื่อจะเอาไปจ่ายบัตรอื่น เงินที่พึ่งกดหรือถอนออกมาใหม่ เจ้าหนี้จะคิดดอกเบี้ยท่านอีกยอด ทำให้ดอกเบี้ยเดือนถัดไปแพงกว่าเดือนนี้ และถ้าท่านยังจ่ายขั้นต่ำ โดยจ่ายบัตรนั้น กดออกมาจ่ายบัตรนี้ วนแบบนี้ทุกเดือน ก็จะมีการคิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกๆเดือน เงินที่ท่านกดก็จะกดออกมาได้น้อยลงๆเรื่อยๆ #เคยดูใบแจ้งหนี้กันบ้างไหม ต้นเท่าไหร่ดอกเท่าไหร่ ดอกแต่ละเดือนยิ่งเพิ่มตลอด ช่วงปีแรกของการจ่ายขั้นต่ำไม่ค่อยมีใครมีปัญหาเรื่องหนี้บัตรเท่าไหร่ แต่เมื่อใช้เข้าปีที่สองปีที่สามจะเริ่มมีปัญหา เพราะว่าดอกมันเยอะตลอดเพิ่มทุกเดือน และทุกใบ เมื่อจ่ายไม่ได้จึงต้องไปกู้ใหม่ แล้วก็มาเอามาจ่ายบัตรนั้น แล้วกดออกมาจ่ายบัตรนี้ วนๆแบบนี้ไม่มีทางหมดหนี้หรอกครับ

3. ที่จ่ายไปไม่มีทางหมดหนี้ ได้เงินก้อนมาจากการถูกหวย หรือได้โบนัสมาก็เอามาจ่ายปิดบางบัตรได้ แต่ก็กดออกมาจ่ายบัตรอื่นแบบนี้ ไม่นานวงเงินบัตรที่จ่ายปิดไปแล้วกะเต็มเช่นเดิม ทำให้เป็นวังวนเดิมไม่หมดหนี้สักที บางคนเป็นแบบนี้มานาน เพราะมัวแต่กลัวคำว่าประวัติเสีย จึงยังดันทุรังจ่ายขั้นต่ำกันต่อ เพราะกลัวว่าหากประวัติเสียแล้ว จะกู้บ้านกู้รถกันไม่ได้ หากเอาโบนัสทุกครั้งมารวมกันคงหมดหนี้หลายรอบล่ะ เอาดอกเบี้ยไปให้พ่อแม่ ให้ลูกกินข้าวดีกว่าไหม ทำไมยังทนจ่ายดอกกันได้

4. เมื่อประวัติเสียแล้วท่านจะกู้อะไรไม่ได้ จนกว่าจะปิดหนี้หมด หรือจนกว่าจะประวัติดีคืน ทำให้อยากได้อะไรก็ไม่ได้ แต่เมื่อปิดได้ก็จะดีมากเอง ประวัติเสียไม่ได้ติดตัวไปตลอดชีวิตนะครับ แค่สามปีจากวันปิดเอง ไม่ปิดก็แปดปีถ้าไม่มีการจ่ายหยอด

5. เจ้าหนี้ทวงหนัก เป็นเรื่องปกติเมื่อเราไม่จ่ายเขากะต้องทวง บางคนกลัวเพราะไม่รู้จะรับมือแบบไหน กลัวเขาฟ้อง เพราะเขาขู่ว่าจะยึดทรัพย์ อายัดเงินเดือน ต่อให้ท่านดันทุรังไป การจ่ายขั้นต่ำกะคือการเลี้ยงไข้ ประวิงเวลา รอเวลาล้ม แล้วพอล้มจะหนักเลย เพราะไม่ได้เตรียมการรับมือเอาไว้ บางคนมีบ้านมีรถ พอจ่ายหนี้ไม่ไหว กะกลัวจะยึดบ้านกลัวจะยึดรถ กลัวจะยึดที่ดิน แต่บอกไว้เลย ถ้าท่านดันทุรังอยู่วันข้างหน้าท่านก็จ่ายไม่ไหวอยู่ดี บ้านกะที่ดินโดนยึดแน่ๆ หากไม่หาทางรับมือไว้ก่อน ทุกอย่างในข้อนี้มันมีทางรับมือ จึงไม่ต้องกลัวมากหรอก

#ข้อเสียของการหยุดจ่าย

1. เจ้าหนี้ทวงหนัก (แต่เราสามารถหาวิธีรับมือได้)

2. เจ้าหนี้ฟ้องได้ (แต่เราสามารถหาวิธีรับมือได้)

3. เจ้าหนี้ยึดทรัพย์ และอายัดเงินเดือนได้

(แต่เราสามารถหาวิธีรับมือได้)

4. อายคนรอบข้างหากมีการทวงที่ทำงาน หรือทวงบุคคลใกล้ชิด พ่อแม่หรือแฟนรู้อาจจะทะเลาะกันได้

(แต่เราสามารถหาวิธีรับมือได้)

 

#ข้อดีของการหยุดจ่าย

1. มีเวลาเก็บเงินสะสมรอ โดยไม่ต้องจ่ายแต่ดอกเบี้ย เอาเงินที่จ่ายขั้นต่ำมาสะสมรวมกัน แล้วหยุดรอให้เรามีเงินโดยอาจจะขอจ่ายแต่ต้นที่เหลือก็ได้ หรือรอขอส่วนลดเปิดปิดบัญชีได้ที่ครึ่งนึงของเงินต้นเลย เมื่อต้นลด ดอกเบี้ยที่มีก็หายไปเอง เวลาขอส่วนลดขอครึ่งนึงของเงินต้นนะครับ

2. สามารถปิดบัญชีได้ทีล่ะใบสองใบ ไม่นานก็หมดหนี้ เมื่อปิดได้ทุกใบ ประวัติการเงินจะดีคืนในสามปี แต่ถ้าจะกู้บ้านรึรถ แค่ปิดบัญชีหมดทุกใบ สามารถกู้ับ้านกู้รถได้ในหกเดือนแรกเลยหรืออาจจะเร็วกว่านั้น

3. ทำให้เราวางแผนการเงินใหม่ได้ เพื่อที่จะประหยัดอดออมสะสมเงินรอขอส่วนลดได้ เมื่อมีเงินเก็บออมก็ไม่จำเป็นต้องกู้ยืมคนอื่นอีก

4. มีบางบัตร บางใบ บางธนาคารที่อาจจะฟ้องเราหลังหมดอายุความ ทำให้เราสามารถสู้คดีไม่ต้องจ่ายเจ้าหนี้ได้สักบาท ถ้าชนะคดีตัวนั้นก็เหมือนจ่ายปิดหนี้ไปแล้วนั่นเอง

5. ถ้ามีการวางแผนดี มีเงินเก็บ อาจจะไม่ต้องจ่ายเจ้าหนี้สักบาท และแม้เราจะประวัติเสีย แต่ถ้าเรามีเงินล้านในมือ เราจำเป็นต้องสนใจประวัติดีประวัติเสียอยู่อีกหรือ อยากได้ไรกะซื้อสดเอาไม่ต้องจ่ายแต่ดอก บางคนทำงานมาทั้งชีวิต เอาตัวรอดได้แค่ไปเดือนๆ ลองคิดถึงตอนท่านหกสิบรึยัง หากไม่มีใครจ้าง เอาเงินที่ไหนกินที่ไหนใช้ ทำงานก็ยาก อยู่ก็ลำบากเพราะไม่ยอมเก็บเงิน

 

#สรุปนะ

1. หยุดจ่ายสะสมเงินรอขอส่วนลด คือทางแก้ที่ดีที่สุดของการหมดหนี้ได้ไว

2. หากใครผ่อนบ้านหลังอายุสามสิบไปแล้ว และผ่อนบ้านสามสิบปี ท่านเกษียนไปแล้ว ท่านก็ยังไม่หมดค่าบ้าน แล้วตกงานแล้วท่านเอาเงินจากไหนมาจ่ายปิดบ้าน เพราะท่านไม่มีเงินเก็บเลย สุดท้ายบ้านกะโดนยึดตอนอายุหลังหกสิบอยู่ดี

3. เก็บเงินสะสมสิบปี ซื้อบ้านได้เลยในราคา1-3ล้านบาท ถ้าท่านเก็บตามราคาผ่อนบ้านที่ท่านต้องการ ถ้ามีโบนัสอาจจะได้บ้านก่อนสิบปี อาจจะหกเจ็ดปีก้ได้ แต่ถ้าท่านยังผ่อนบ้านต่อ อีกยี่สิบกว่าปี ดอกเบี้ยบาน ลองเอาค่าบ้านคูณ 12 แล้วเอาไปคูณ จำนวนปีที่เหลือ จะรู้ว่าเก็บเงินเองได้เยอะกว่าในเวลาสิบปี หรือยอมผ่อนดอกเบี้ยไป

เช่น บ้านราคาสองล้าน ผ่อนต่อเดือนหมื่นห้า ปีนึงจ่ายไป แสนแปด สิบปีล้านแปด สามสิบปี ห้าล้านสี่แสน

บ้านราคาสองล้าน ท่านจ่ายดอกไปสามล้านสี่ ท่านลองคิดดูว่าเอาเงินค่าดอกเบี้ย สามล้านสี่ ไปทำอย่างอื่นท่านน่าจะได้อะไรอย่างเยอะ เลยในชีวิตนี้ ทำไมยอมจ่ายดอกเบี้ยกันแพงๆ เพื่อบ้านหลังเดียว และหากมีหนี้เขายึดได้อีก

ใส่ความเห็น