ได้ทุกคน อายุ 60 รับเน้น ๆ บำนาญแห่งชาติ เดือน 3000 บาท

อายุ 60 ขึ้นไป ต้องได้รับบำนาญแห่งชาติทุกคน

ในมาตรา 3 ของร่างก ฎหมายบำนาญแห่งชาติ ให้ความหมายของคำว่า “บำนาญแห่งชาติ” ว่า เงินรายเดือนเป็นบำนาญพื้นฐานที่รั ฐต้องจัดให้แ ก่ ผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป เพื่อเป็นหลักป ร ะกันร ายได้โดยมีจำนวนไม่ต่ำกว่าเส้นความย ากจ นที่กำหนดโดยสภาพัฒนาการเ ศ ร ษ ฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ในมาตรา 5 ของร่างก ฎหมายยังกำหนดให้บุคคลทุกคนที่มีอายุ 60 ปีให้ได้รับบำนาญแห่งชาติ และการมีสิทธิได้รับบำนาญต ามร่างก ฎหมายนี้จะไม่ตัดสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุที่ได้รับบำนาญต ามก ฎหมายอื่นหรือต ามมติคณะรั ฐมนตรี

และร่างก ฎหมายในมาตรา 6 ยังกำหนดให้เป็นหน้าที่ของรั ฐในการจัดให้มีบำนาญแห่งชาติ ที่ต้องพิจารณากำหนดอัตราบำนาญแห่งชาติทุกสามปี และในมาตรา 23 ยังกำหนดด้วยว่า ในกรณีที่รั ฐจ่ายเงินบำนาญพื้นฐานล่าช้า ไม่ครบถ้วน รั ฐต้องจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จ นกว่าจะจ่ายครบถ้วน

ทั้งนี้ ในบทเฉพาะกาลของร่างก ฎหมายดังกล่าวในมาตรา 25 กำหนดให้คณะก ร ร มการประกาศปรับเปลี่ ย นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้เป็นบำนาญแห่งชาติภายใน 180 วัน หลังพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หรือ เปลี่ยนเงินจ่ายเบี้ยยังชีพเดือนละ 600-1,000 บาท เป็น 3,000 บาทขึ้นไปต่อเดือนอ้างอิงต ามเส้นความจ น

ได้เห็นข่าวต ามสื่อต่าง และมีหลายคนแ ช ร์ต่อกันมา เ รื่ อ งการเสนอร่ า ง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ สำหรับผู้สูง ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป วันนี้จึงอย า กนำรายละเอียดมาให้ได้ทราบกัน

ซึ่ง นายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทน เครือข่ายประชาชนเพื่อรั ฐสวัสดิการ ยื่นหนังสือ ต่อ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรั ฐบาล เพื่อขอให้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรั ฐบาลสนับสนุน ร่ า งพระราชบัญญัติบำนาญแห่งชาติ

ซึ่งมีหลักการ ให้ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยบำนาญ 3,000 บาท/เดือน แทนการได้เงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรั ฐ และเปลี่ยนจากเบี้ยยังชีพเป็นเบี้ยบํานาญทั่วหน้า

เพื่อให้ทุกคนเสมอภาค จัดสรรงบประมาณประเทศใหม่ จัดเก็บภาษีที่มีเดิมให้มีประสิทธิภาพ พิจารณาการลดหย่ อ นภ าษีใหม่ โดยเฉพาะภาษีจากการค้าการลงทุน ปรับลดงบที่ไม่จำเป็นลงและเปลี่ยนเงินสง เ ค ร า ะ ห์ ต่าง ที่ซ้ำซ้อนมาพัฒนาระบบสวัสดิการทั่วหน้า

โดยร่ า ง พ ร ะ ราชบัญญัติดังกล่าว ได้มีการระดมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เสน อ ก ฎหมายต ามรั ฐธรรมนูญ เข้าชื่อกันรวม 10,000 รายชื่อแล้ว เพื่อผลักดันระบบบำนาญแห่งชาติให้เป็นจริง

โดยหวังให้ทั้งฝ่ายค้านและรั ฐบาล พิจารณาสนับสนุนก ฎหมายที่มาจากเจตนารมณ์ของประชาชนและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกพรรคการเมืองจะดำเนินการและมีแนวทางที่ร่วมผลักดันก ฎหมายฉบับนี้ให้เป็นจริง

แม้ว่าปัจจุบันจะมีระบบสวัสดิการเชิงบังคับ เช่น พ.ร.บ.ประกันสังคม ที่บังคับให้ลูกจ้างต้องร่วมจ่ายเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ต ามที่กำหนด หรือ สวัสดิการข้าราชการที่รั ฐสนับสนุนจ่ายให้ 100% แต่กลับครอบคลุมเพียง 10-15 ล้านคน เท่านั้น

ในขณะที่คนไทยอีกกว่า 50 ล้านคน ไม่มีหลักประกันด้านสวัสดิการใด ทางเครือข่ายจึงได้รวมตัวกันขับเคลื่อน ผลักดันนโยบายการจัดรั ฐสวัสดิการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี และเห็นว่า มีความจำเป็นต้องเร่งผลักดันร่ า งดังกล่าว เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 10 ถึง 11 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ถ้าร่ า งพ.ร.บ.ฯ เกิดขึ้นจริงก็ถือว่าเป็นข่ าวดีสำหรับผู้สูงอ ายุทุกคนที่จะได้มีหลักประกันรายได้ อีกทั้งยังจะมีรายได้ไว้ใช้ในย ามแ ก่ช ร าอีกด้วย และหวังว่ารั ฐบาลจะช่วยผ ลั กดันให้เกิ ดขึ้นจริงนะคะ

ที่มา siam news ,ilaw

ใส่ความเห็น