ผลวิจัย ชี้ คน ไม่เที่ยวเลย มีโอกาสเป็น โรคหัวใจ มากกว่าคนเที่ยวบ่อย ถึง 30%

ไปเที่ยวกันเถอะ

การเที่ยวถือเป็นการผ่อนคลายแบบหนึ่ง ช่วยให้ร่างกายเรา หรือ สมองเรา หรือแม้แต่สภาพจิตใจ ของเรา ได้รับการผ่อนคลาย และลดภาวะความตึงเครียด ที่หลายๆ คน มี เนื่องจากการทำงาน วันนี้ เราจึงมาบอกถึง ประโยชน์ของการท่องเที่ยว โดยมีผลวิจัยออกมา คือ คนที่ “ไม่เที่ยวเลย” มีโอกาสเป็น “โรคหัวใจ” มากกว่าคนที่เที่ยวบ่อยๆ มากถึง 30%

 

เรามาดูกันว่า  การทองเที่ยว นั่นดีแค่ไหน มีผลการวิจัย เกี่ยวกับการเที่ยว อะไรบ้าง

– จากผลการวิจัย การไปเที่ยวบ่อยๆ ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้จริง

– ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย Surrey ได้ทำการศึกษาเมื่อปี 2002 พบว่า คนเราจะมีความสุขมากยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าจะได้ออกไปท่องเที่ยว

– และเมื่อสมองได้รู้ว่าจะไปเที่ยว สมองจะมีการคาดการณ์และวางแผนล่วงหน้า ทำให้รู้สึกดีทุกครั้ง เมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

– ตามข้อมูลในปี 2013 จากการสำรวจความเครียดของชาวอเมริกา American Psychological Association พบว่า การออกเดินทางช่วยลดความเครียดได้จริง และ “ลดความรู้สึกแย่” ได้ดีอีกด้วย

– ผลการการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้ที่ไม่ได้ท่องเที่ยวติดกันเป็นเวลาหลายปี มากกว่า 30% มีโอกาสเป็นโรคหัวใจ ต่างจากผู้ที่ออกเดินทางเที่ยวบ่อยๆ กลับมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจต่ำกว่า

– เพราะ ผู้ที่ท่องเที่ยวเป็นประจำจะต้องเดินทางไกล ยิ่งเดินทางท่องเที่ยวมากเท่าไหร่ ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย เนื่องจากมีสิ่งตื่นเต้นรออยู่ข้างหน้าตลอดทาง โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบลุย ๆ ก็ยิ่งทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงดีขึ้นไปอีก

– หากพูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อขยับร่างกายมากกว่าปกติ แถมยังสนุกกับช่วงเวลาไปตลอดทาง ทำให้สุขภาพทางกายและจิตดีขึ้นมากกว่าคนที่อยู่แต่บ้าน หรือทำอะไรซ้ำๆเป็นกิจวัฒน์ประจำ

– ในช่วงที่ยังมีกำลังนั้น ร่างกายนั้น ยิ่งใช้ยิ่งแข็งแรง การไปท่องเที่ยวจึงได้อะไรมากกว่าที่คิด

– ออกไปเที่ยวซะบ้าง แล้วจะได้อะไรมากกว่าที่คิดแน่นอน!

บทความนี้ไม่ได้ถูกแปลมาจาก TED เนื้อหาถูกแปลมาจากบทความ และยังหาแหล่งยืนยันผลงานวิจัยแบบชัดเจน 100% ไม่ได้ หากผู้อ่านท่านใดมีผลงานอ้างอิงงานวิจัยชิ้นนี้ ทางเพจยินดีแนบเพื่ออ้างอิงแหล่งที่มาให้ครับ

ที่มา TED Top

ใส่ความเห็น