ใครๆ ก็ทำประกันสังคมได้ จ่ายเพียง 70 บาท ต่อเดือน พ่อค้า แม่ค้า คนทำอาชีพอิสระทำได้หมด

อาชีพอิสระ ทำประกันสังคมได้ จ่ายเพียง 70 บาท ต่อเดือน

รู้หรือไม่ว่า คนที่ประกอบอาชีพอิสระ (เช่น พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่แผงลอย รับจ้างทั่วไป ฯลฯ) หรือฟรีแลนซ์ ที่ไม่มีนายจ้างประจำนั้น สามารถรับสวัสดิการคุ้มครองจากภาครัฐได้ด้วยการสมัคร ประกันสังคม มาตรา 40 ซึ่งประกันสังคมมาตรา 40 นี้เป็นสวัสดิการที่ภาครัฐต้องการให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน ได้มีสวัสดิการคุ้มครองตัวเอง ซึ่งเรียกว่าตอบรับกับในยุคนี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เพราะหลายๆ คนนั้นก็เลือกที่จะประกอบอาชีพอิสระเป็นเจ้านายของตัวเอง เพราะด้วยความอิสระและเป็นการท้าทายความสามารถของตัวเองเป็นอย่างมาก รวมถึงหากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีก็สามารถเติบโตได้เท่าที่เราจะทำไหวเลยก็ว่าได้

โดยวันนี้ เราจะพาไปดูรายละเอียดในส่วนนี้กันว่าเป็นอย่างไรบ้าง ใครที่ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ตามมาดูกันได้เลย
ประกันสังคม 3 ทางเลือกสำหรับคนประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์

อย่างที่บอกในตอนต้นว่า ประกันสังคมมาตรา 40 นี้เป็นสวัสดิการที่ภาครัฐต้องการให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน ได้มีสวัสดิการคุ้มครองตัวเอง และในปัจจุบันนั้นผู้ที่จะเข้าระบบประกันสังคมมาตรา 40 มีทางเลือกถึง 3 ทาง ดังนี้

ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่ายเอง 70 บาท รัฐสนับสนุน 30 บาท)

ทางเลือกนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 3 กรณี คือ
-กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย
-กรณีทุพพลภาพ
-กรณีเสียชีวิต

รายละเอียดของทางเลือกที่ 1 มีดังนี้

-กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40 ) จะได้รับเป็นเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย กรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 วัน จะได้รับเงินชดเชย 300 บาท/วัน สูงสุด 30 วัน/ปี

ในกรณีที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่แพทย์สั่งให้หยุดงานและพักฟื้นที่บ้านตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท สูงสุด 30 วัน/ปี แต่หากกรณีที่แพทย์สั่งหยุดงาน 1-2 วัน จะได้รับเงินชดเชยวันละ 50 บาท สูงสุด 3 ครั้ง/ปีอีกด้วย

ค่ารักษาพยาบาลสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) 30 บาท จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

-กรณีทุพพลภาพ
จะได้รับเป็นเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ ตั้งแต่ 500-1,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 15 ปี (โดยจำนวนเงินที่ได้รับต่อเดือนจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาจ่ายเงินสมทบก่อนกลายเป็นผู้ทุพพลภาพ)
กรณีเสียชีวิต
จะได้รับเงินค่าทำศพ 20,000 บาท และได้รับเงินสงเคราะห์อีก 3,000 บาท เมื่อจ่ายเงินสมทบก่อนเสียชีวิตครบ 60 เดือน

ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 150 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 50 บาท)

ทางเลือกนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 4 กรณี คือ
-กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย
-กรณีทุพพลภาพ
-กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)
-กรณีเสียชีวิต

รายละเอียดของทางเลือกที่ 2 มีดังนี้
-กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย ,กรณีทุพพลภาพ ,กรณีเสียชีวิต
เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40) ที่อยู่ในทางเลือกที่ 2 จะได้รับสิทธิประโยชน์ในเรื่องของเงินชดเชยกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพ เงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์เมื่อเสียชีวิต เหมือนผู้ประกันตนที่อยู่ในทางเลือกที่ 1 ทั้งหมด แต่จะมีเพิ่มเติมในส่วนของ กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ) เข้ามาซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

-กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)
เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40) จะได้รับเป็นบำเหน็จเงินก้อน พร้อมผลตอบแทน (ดอกเบี้ย)
และหากเราต้องการมีเงินก้อนใช้ในยามเกษียณมากขึ้น เราสามารถเลือกจ่ายเงินสมทบเพิ่มได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน

ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 450 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่ายเอง 300 บาท รัฐสนับสนุน 150 บาท)

ทางเลือกนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ
-กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย
-กรณีทุพพลภาพ
-กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)
-กรณีสงเคราะห์บุตร
-กรณีเสียชีวิต

รายละเอียดของทางเลือกที่ 3 มีดังนี้

กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40 ) จะได้รับเป็นเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย กรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 วัน จะได้รับเงินชดเชย 300 บาท/วัน สูงสุด 90 วัน/ปี

กรณีไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่แพทย์สั่งให้หยุดงานและพักฟื้นที่บ้านตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท สูงสุด 90 วัน/ปี

แต่หากกรณีที่แพทย์สั่งหยุดงาน 1-2 วัน จะได้รับเงินชดเชยวันละ 50 บาท สูงสุด 3 ครั้ง/ปีอีกด้วย
ค่ารักษาพยาบาลสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) 30 บาท จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

กรณีทุพพลภาพ
จะได้รับเป็นเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ ตั้งแต่ 500-1,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 15 ปี (โดยจำนวนเงินที่ได้รับต่อเดือนจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาจ่ายเงินสมทบก่อนกลายเป็นผู้ทุพพลภาพ)

กรณีเสียชีวิต
จะได้รับเงินค่าทำศพ 40,000 บาท และได้รับเงินสงเคราะห์อีก 3,000 บาท เมื่อจ่ายเงินสมทบก่อนเสียชีวิตครบ 60 เดือน

กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)
เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40) จะได้รับเป็นบำเหน็จเงินก้อน พร้อมผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) นอกจากนี้ หากว่าส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน เราจะได้รับเงินเพิ่มอีก 10,000 บาท

ส่วนกรณีสงเคราะห์บุตร (เฉพาะทางเลือกที่ 3)
เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40) จะได้รับเงิน 200 บาท/เดือน/บุตร 1 คน คราวละไม่เกิน 2 คน สามารถรับสิทธิได้ตั้งแต่บุตรแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี

ขอบคุณข้อมูลจาก  สำนักงานประกันสังคม (sso.go.th)

ใส่ความเห็น