เช็คด่วน !! “คลินิกแก้หนี้” 1 มิ.ย. 60 คุณสมบัติและใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการบ้าง….

เช็คด่วน !! “คลินิกแก้หนี้” 1 มิ.ย. 60 คุณสมบัติและใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการบ้าง….

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย จับมือกับสมาคมธนาคารทั้งไทยและต่างชาติ เปิดตัวคลินิกแก้หนี้เป็นครั้งแรก เริ่ม 1 มิถุนายน นี้

 

 

คลินิกแก้หนี้ คืออะไร เริ่มเมื่อไร

คลินิกแก้หนี้ หรือ “โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน” เป็นนโยบายของภาครัฐที่มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนรายย่อยที่มีหนี้ค้างชำระอยู่กับธนาคารพาณิชย์หลายแห่งให้มีโอกาสปลดหนี้ โดยมีบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บสส.) หรือ SAM เป็นตัวกลางในการปรับโครงสร้างหนี้ ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินกับธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายให้ได้ข้อยุติในคราวเดียว เหมือนกับ One Stop Service ที่ลูกหนี้แค่มาเจรจาที่คลินิกแก้หนี้ที่เดียวก็เหมือนกับได้ติดต่อกับเจ้าหนี้ทุกราย เรียกได้ว่า “หนี้บัตรทบ จบที่เดียว”

ทั้งนี้โครงการนำร่องจะเริ่มต้นในวันที่ 1 มิถุนายน 2560 โดยจะช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีหนี้กับธนาคารหลายแห่งก่อน เนื่องจากพบว่าบุคคลกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งลูกหนี้จะผ่อนชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งปรับอัตราดอกเบี้ยลงจากเดิมที่เคยจ่ายประมาณ 20-25% จะเหลือเพียง 4-7% ตามช่วงรายได้

สินเชื่อประเภทไหนบ้างที่เข้าร่วมโครงการได้

ต้องเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่ลูกหนี้มีอยู่กับธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ สามารถนำยอดหนี้บัตรเครดิตเฉพาะบัตรที่เป็นหนี้เสียทุกใบมาเข้าร่วมโครงการได้ แต่ต้องมียอดหนี้เงินต้นคงค้างไม่เกิน 2 ล้านบาท

คุณสมบัติของลูกหนี้ ที่จะเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ รายละเอียดมีดังนี้
– ต้องเป็นบุคคลที่มีรายได้ประจำ
– ต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี (ต้องไม่เกินตลอดอายุที่อยู่ในโครงการ)
– มีหนี้รวมห้ามเกิน 2,000,000 บาท
– มีหนี้กับธนาคารมากกว่า 2 แห่งใน 17 ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ
– จะต้องเสียดอกเบี้ยตั้งแต่ 4% – 7% ต่อปีเท่านั้น
– มีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ค้างชำระเกิน 3 เดือน กับ 2 ธนาคารขึ้นไป และไม่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

* ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ บสส. โดยผู้สมัครจะต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ รวมถึงการวิเคราะห์ รายได้ รายจ่าย แล้วมีเงินสดคงเหลือเพียงพอในการผ่อนชำระตามเงื่อนไข

 

เงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้

– ลูกหนี้ต้องไม่ก่อหนี้ใหม่เพิ่มในระยะเวลา 5 ปี
– พร้อมเรียนรู้การสร้างวินัยทางการเงินที่ดี
– เสียดอกเบี้ยเฉลี่ย 4-7% ต่อปี (ตามช่วงรายได้) ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี

อัตราดอกเบี้ยการผ่อนชำระตามช่วงรายได้

– ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน ไม่เกิน 30,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 4%
– ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 30,000–50,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 5%
– ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 50,000–100,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 6%
– ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 100,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 7%

 

 

 ธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ ทั้งหมด 17 ธนาคาร ประกอบด้วย
– ธนาคารกรุงเทพ
– ธนาคารไทยพาณิชย์
– ธนาคารกสิกรไทย
– ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
– ธนาคารกรุงไทย
– ธนาคารทหารไทย
– ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย
– ธนาคารไอซีบีซี
– ธนาคารเกียรตินาคิน
– ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์
– ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ (ไทย)
– ธนาคารธนชาต
– ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย
– ธนาคารทิสโก้
– ธนาคารยูโอบี
– ซิตี้แบงก์
– แบงก์ออฟไชน่า

สมัครโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ที่ไหน

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ 4 ช่องทางคือ

1. ทางเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือ www.debtclinicbysam.com

2. ติดต่อที่สำนักงานโครงการ เลขที่ 333 อาคารเล้าเป้งง้วน 1 ชั้น 12 ซอยเฉยพ่วง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

3. ติดต่อที่ สาขาของ บสส. 4 สาขา
– สาขาสุราษฎร์ธานี 213/17 หมู่ 1 ถนนเพชรเกษม ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
– สาขาขอนแก่น 381/46-47 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ  ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
– สาขาพิษณุโลก 5/16-17 หมู่ 5 ถนนสิงหวัฒน์ ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
– สาขาเชียงใหม่ 109/4 ถ.เชียงใหม่-ลำปาง (ท.ล.11) กม.98.7 เทศบาลตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300

4. ทาง Call Center 02-610-2266 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น. (เว้นวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย)

 

ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้

– ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com  หรือ Call Center (โทร. ติดต่อ) 02-610-2266

– ขั้นตอนที่ 2 : กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัคร และยืนยันข้อมูลผ่านเว็บไซต์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป

– ขั้นตอนที่ 3 : รอเจ้าหน้าที่โครงการติดต่อกลับ เพื่อนัดหมาย วัน เวลา เข้าพบที่สำนักงาน (โดยปกติจะติดต่อกลับไม่เกิน 1 วันทำการ แต่หากไม่ได้รับการติดต่อกลับ ให้โทร. มาสอบถามเพิ่มเติมที่ Call Center 02-610-2266)

– ขั้นตอนที่ 4 : จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง สำหรับประกอบการพิจารณา

– ขั้นตอนที่ 5 : พบเจ้าหน้าที่โครงการที่สำนักงานโครงการ เพื่อพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้

– ขั้นตอนที่ 6 : เจ้าหน้าที่โครงการจะนัดหมาย เพื่อลงนามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อได้รับการยืนยันจากธนาคารเจ้าหนี้ให้เข้าร่วมโครงการ

 

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณา

1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. ใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)
4. เอกสารการตรวจสอบข้อมูลภาระหนี้จากเครดิตบูโร
5. สลิปเงินเดือน ย้อนหลัง 3 เดือน
6. เอกสารแสดงการเดินบัญชี (Statement) อย่างน้อย 6 เดือนย้อนหลัง
7. บัตรเงินบำนาญ (กรณีเป็นข้าราชการ)
8. ใบแนบหนังสือสั่งจ่าย (กรณีเป็นข้าราชการ)
9. หลักฐานการแสดงรายได้อื่น เช่น สัญญาให้เช่า สัญญาว่าจ้าง ฯลฯ
10. ใบแจ้งหนี้/เอกสารแสดงความเป็นหนี้
11. หนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลเครดิตบูโร

สามารถตรวจสอบตัวอย่างเอกสารได้ที่ debtclinicbysam.com

ตรวจสอบเครดิตบูโรได้อย่างไร

สามารถตรวจสอบเครดิตบูโรได้ที่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) หรือที่ธนาคารพาณิชย์ และที่สำนักงาน บสส. ค่าธรรมเนียมครั้งละไม่เกิน 150 บาท อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ ทำความรู้จัก เครดิตบูโร คืออะไร เช็กได้ที่ไหน 

 

ประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับจากโครงการคลินิกแก้หนี้

– ไม่ถูกทวงถามหนี้จากเจ้าหนี้หลายราย
– ลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือน เพราะชำระเฉพาะเงินต้นค้างชำระ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรนไม่เกิน 7% ตามช่วงรายได้ ระยะเวลาผ่อนชำระได้ไม่เกิน 10 ปี
– เป็นการรวมหนี้ และผ่อนชำระในที่เดียว
– รู้จักวางแผนทางการเงินที่ดี

 

 

 

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการที่
www.คลินิกแก้หนี้.com, www.debtclinicbysam.com
และ 02-610-2266
ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น.

3 thoughts on “เช็คด่วน !! “คลินิกแก้หนี้” 1 มิ.ย. 60 คุณสมบัติและใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการบ้าง….

  1. ผมอายุ 37 ข้อจำกัดไม่มีเงินเดือนประจำ รับจ้างขายสินค้าเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องสำอางค์ อาหารลดความน้ำหนัก ขายทางอิินเตอร์เน็ต ขายได้จึงจะได้เงินเเป็นเปอร์เซนต์ (ทำไมต้องขาย)

    ผมขายน้ำชา กาแฟ อยู่บริเวณฟุตบาทขายมาได้ระยะเวลาปีกว่าซึ่งถือว่าพออยู่ได้ แล้วก็มีโครงการจัดระเบียงทางเท้าต้องยกเลิกจุดผ่อนผัน ห้ามขายบนฟุตบาทอีก ทางเทศกิจ ก็ไม่ได้หาที่ขายให้ก็ต้องยกเลิกขาย เพราะโครงการจัดระเบียงทางเท้า ไปหาที่ขายใหม่ก็สู้ราคาค่าทีขายไม่ไหว เหตุผล เป็นหนี้เยอะมาก ผมไปสมัครงานหลายแห่งก็ไม่รับ เนื่องจาก อายุเกินกำหนด

    เงื่อนไขที่ตั้งมา เหมาะแค่คนมีเงินเดือนประจำเท่านั้น
    ส่วนคนหาเช้ากินค่ำหมดสิทธิ เพราะเงินไม่แน่นอน
    ผมเป็นหนี้โดยประมาณ 4 แสนกว่า กับ 5 ธนาคาร ยังไม่ร่วมดอกเบี้ย และยังไม่ได้จ่ายมา 5 เดือนกว่า รอวันฟ้อง ผมก็ลงทะบียนคนจนรอบ 2 ไปด้วย จะได้รับการอนุเคราะห์จากภาครัฐได้หรือไม่ เงื่อนไขตกไป 1 ข้อ ถ้าอนุเคราะห์จริงก็เหลือช่องทางเดียวในการชำระซึ่งผมมีกำลังชำระแน่นอน

    ขอให้เห็นการพิจารณาข้อความนี้ด้วยครับ
    ขอบคุณ

ใส่ความเห็น