โกยเงินไว้ให้ดี เผย 10 ธุรกิจ มีโอกาส เสี่ยงเจ๊ง ในปี 63 อย่าเพิ่งลงทุนอะไรเพิ่ม

 

10 ธุรกิจที่มีโอกาสจะเจ๊ง ในปี 63

1.ร้านของชำ

ทำเลดี ไหน ก็แพ้ภัยให้ร้านสะดวกซื้อแบรนด์ดัง จริงอยู่ว่าข้อดีของโชห่วยไทย มีหลายข้อที่สะดวกซื้อแบรนด์ใหญ่ ไม่มี เช่นแปะโป้งไว้ได้ มีของที่แบ่งขายให้เฉพาะลูกค้าประจำ สนิทสนมคุ้นเคยกัน เป็นต้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมของคนชอบความสะดวกสบายซืี้อของได้ 24 ชั่ วโมงลดลงแม้แต่น้อย บางรายอยู่ไม่ไหวก็เจ๊ง…ไปตามระเบียบ

2.ร้านกาแฟสด

ร้านกาแฟมีให้เลือกแบบร้านชนร้าน ซึ่งสิ่งที่ตามมา คือ ความเสี่ยง เพราะด้วยพฤติกรรมของคนดื่มกาแฟ สิ่งสำคัญคือรสชาติ และบรรยากาศที่ดี ถ้าคุณมีฝีมือดี มีทำเลทองก็มีโอกาสรอด แต่ถ้ามือใหม่รสไม่นิ่ง รสไม่ซ้ำเพราะจำสูตรไม่ได้ บอกได้เลยว่าเหนื่อย….ข า ดลูกค้าประจำที่จะหล่อเลี้ยงยอดขายให้ไปรอด ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายภายในร้านที่คิดบัญชีทีไรต้องก่ายหน้าผากทุกที ไหนจะค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ บางคนนั่นนานเพราะร้านมีไวไฟ ก็อาศัยทำงานเพลิน จนเจ้าของร้านแทบไม่คุ้มกับค่าไฟ จะไม่มีก็ไม่ได้เพราะต้องอาศัยสร้างการรับรู้โดยการเช็คอินว่าร้านนี้ กาแฟดี เน็ตไว…เมื่อมันไม่ไหว จึงต้อง ตั ดใจ เซ้งกิจการ

3.รีสอร์ท, โฮสเทล

ที่พักเกิดขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ด ไม่ใช่คำพูดเกินจริงแต่อย่างใด ฉะนั้นจะอยู่ได้ ที่พักของคุณต้องมีปัจจัยประกอบที่ข า ดไม่ได้ เช่น ทำเลดี เดินทางสะดวก, ใกล้แหล่งท่องเที่ยวอื่น, พนักงานบริการดีเยี่ยมถึงเยี่ยมมาก, ห้องพักสะอาด ครบครันทุกความต้องการเป็นต้น

4.ร้านอาหาร

ร้านอาหาร, ร้านอาหารตามสั่ง, ร้านก๋วยเตี๋ยว มีเปอร์เซ็นต์ของการเจ๊ง สูงมาก ไม่ว่าจะไซส์เล็กไซส์ใหญ่ ผู้ประกอบการ แม่ค้า พ่อค้า ล้วนแต่บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ขายไม่ดี ไม่ค่อยมีกำไรเหลือ ทำมาแล้วขายไม่หมด ด้วยหลาย เหตุผลที่มากบ้าง น้อยบ้าง แต่หลัก หนีไม่พ้นคนกินอาหารนอกบ้านกันน้อยลง ข้าวกล่องสำเร็จรูปสะดวก แกะ อุ่นพร้อมทาน บริการส่งฟรี จึงไม่ค่อยมีคนวอร์ค-อินมาร้านอาหารกันเหมือนเคย

5.ร้านชาบู

ใคร ก็ขายชาบู ขายกันมากมายจนร้านชาบูมีมากกว่าลูกค้า ทำให้ความฟีเวอร์ กลายเป็นโอเวอร์ซัพพลายด์ จากขายอาหารอยู่ ไป กลายเป็นขายกิจการทิ้งก็มาก เพราะกระแสรักสุขภาพที่มาแรง คนแห่รับประทานชาบูแทนปิ้งย่าง แต่เมื่อกระแสล้น ทำให้ร้านชาบูไม่ใช่ร้านคูล อีกต่อไป อีกทั้งคนหันมารัดเข็มขัด ประหยัดค่าอาหาร ทำให้ร้านรอเก้อ ไหนจะวัตถุดิบมหาศาลในแต่ละวันที่เจ้าของร้านต้องจัดเตรียม ค่าแรง ค่าพนักงาน ค่าเครื่องดื่ม ค่าไฟ ค่าแอร์ เมื่อรอลูกค้าเต็มร้านไม่ไหว กลายเป็นอยู่ไม่ได้ไปอีกหนึ่งธุรกิจ

6.ร้านเสริมสวย

มีเครื่องม้วนผม 1 อันก็ทำให้พันกว่าทรง จะเกลียวเล็ก เกลียวน้อย ลอนใหญ่สไตล์เกาหลีก็มีให้หมด แถมประหยัดเงินในกระเป๋า เจ้าของร้านเสริมสวยหลายจึงต้องแพ็คกระเป๋าอำลา บอกเลิกลูกจ้าง ค่าใช้จ่ายร้อยแปด เตรียมเจ๊ง เพราะคนยุคใหม่เน้นสวย แต่ประหยัดนั่นเอง

7.ร้านถ่ายรูป

แอปพลิเคชันยุคนี้ มีความฟรุ้งฟริ้ง เปลี่ยนคนธรรมดาเป็นดารามาแล้วก็เยอะ จากเดิมทีที่คนอยากสวยต้องแต่งหน้าทำผมเข้าร้านถ่ายรูปเพื่อความคูล แต่คนยุคใหม่ ถ่ายยังไงก็ได้แล้วใช้แอปฯ สารพัดตกแต่ง ก็สวยได้ไม่แพ้กัน แม้แต่ภาพถ่ายติดบัตรยุคนี้ก็ยังปริ้นท์เองได้ง่าย ไม่ต้องอาศัยร้านถ่ายรูป ไม่ว่าจะ 1 นิ้ว, 2 นิ้ว ใส่สูท ผูกไทค์ หรือชุดอะไรก็มีเทคโนโลยีมาช่วยได้ ร้านถ่ายรูปจึงต้องบ๊ายบายกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจฮิตเจ๊ง

8.ร้านเกม, อินเตอร์เน็ตคาเฟ่

เกมยุคนี้ มีในสมาร์ทโฟนได้แทบทั้งนั้น เพียงดาวน์โหลดลงเครื่องไว้ จะนัดกันมาตีป้อมเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องเข้าร้านเกมให้เสียเวลา จะหางานทำเข้าจ๊อบไทย หรือจ๊อบไหน ก็ใช้มือถือทำได้แทบทุกอย่าง แถมราคาจ่ายรายเดือนของค่าอินเตอร์เนตสมัยนี้ไม่มีผลกระทบต่อขนหน้าแข้งเด็กไทยแม้แต่น้อย ยิ่งบางคนที่บ้านติดเน็ตบ้านเล่นทั้งวันทั้งคืนยังชิวได้เพราะเหมาจ่ายรายเดือน ร้านเกม ร้านเนตจึงเป็นเทรนด์ที่ถูกลืม และค่อย หายไปในที่สุด

9.ร้านขนมหวาน, ไอศกรีม

เพราะร้านสวย เมนูน่าทาน แต่รสชาติก็จำเป็น บางคนตามรีวิวมาเพราะความน่ารับประทานของขนมหรือไอศกรีมในร้าน แต่ก็พอได้กิน เช็คอิน จะดีกว่าเรื่องของขนมหวานต่อให้รสชาติถูกปากมาก ไหน แต่กินมากไปก็เลี่ยน โดยเฉพาะเทรนด์รักสุขภาพมาแรง แม้จะอร่อย ไหน กินไปก็แอบหวั่นแคลอรี่ที่จะได้รับไปด้วย

10.ร้านชิลล์เอาท์

จากคนอู้ฟู่ ฟุ่มเฟือย กลายเป็นเหนื่อยใจกับพิ ษภัยเศรษฐกิจ จนร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮลล์หมดความจำเป็น ไปได้ก็อาจจะ นาน ที เพราะมีรายจ่ายรออยู่ ส่วนของเจ้าของร้านเองก็อาจจะเจ็บหนักเพราะคนอย า กทำเยอะ แต่คนที่ประสบความสำเร็จมีน้อย ไหนจะเพราะแผนธุรกิจไม่ดี วางระบบไม่เป๊ะ จากที่คิดว่าสำเร็จ ไม่เกิน 2-3 ปี ก็เริ่มไม่ไหว

ใส่ความเห็น