รับเงิน 15000 ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

หลังจากพิษโควิด-19 ทำให้ กทม. ต้องประกาศปิด และล่าสุด นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินในวันที่ 26 มี.ค 2563 ทำให้ประชาชนขาดรายได้ ตกงาน และบางบริษัทต้องปิดตัวลง หลายฝ่าย หลายหน่วยงานขอให้รัฐได้ออกมาตรการเยียวยาสำหรับแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อโควิด-19 นี้ด้วย

24 มี.ค. 63 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยปลัดกระทรวงการคลัง ผอ.สศค. และอธิบดีกรมสรรพากร แถลงมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 2 แรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม

นายสมคิด กล่าวว่า เราจะยังมีมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลือประชาชนอยู่เรื่อยๆ นอกจากจะช่วยเหลือประชาชนแล้ว เราก็ต้องพยุงในส่วนของผู้ประกอบการด้วยเพื่อให้เขาดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพื่อให้เกิดการจ้างงานต่อไป

” เราไม่ได้ต้องการให้เกิดการยึดสินทรัพย์ต่างๆ ของพี่น้อง ประชาชน จึงได้ประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อประสานไปยังธนาคารให้ช่วยออกมาตรการต่างๆ ช่วยเหลือประชาชน ส่วนหลายคนกังวลว่าจะติดปัญหาเรื่องประวัติการผ่อนชำระ หรือเครดิตต่างๆ ประเด็นนี้ก็ให้ทางแบงก์ชาติเข้ามาช่วยดูแลแล้ว เพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ต่อไป ”

มาตรการ เพิ่มสภาพคล่อง

1. สนับสนุนเงินคนละ 5,000 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 3 เดือน

– ให้เงินเยียวยาแรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราวอาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม จากการปิดที่เสี่ยงตามการระบาดชั่วคราว จำนวน 3 ล้านคน

– สำหรับผู้อยู่ในระบบประกันสังคม เพิ่มสิทธิกรณีว่างงาน 50% ของค่าจ้าง โดย 1. กรณีนายจ้างไม่ให้ทำงาน รับเงินไม่เกิน 180 วัน และ

2. กรณีรัฐสั่งหยุด รับเงินไม่เกิน 90 วัน  สินเชื่อฉุกเฉิน 10,000 บาท ต่อราย

– วงเงิน 40,000 ล้านบาท

– อัตราดอกเบี้ย 0.01%

– ไม่ต้องมีหลักประกัน

3. สินเชื่อพิเศษ 50,000 บาทต่อราย

– วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท

– อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน

– ต้องมีหลักประกัน

4. สำนักงานธนานุเคราะห์ รับจำนำดอกเบี้ยต่ำ

– วงเงิน 2,000 ล้านบาท

– คิดดอกเบี้ยจากประชาชนในอัตราไม่เกิน 0.125% ต่อเดือน

ลดภาระ

5. ยืดการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

– เลื่อนกำหนดเวลายื่นแบบและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออกไปเป็นสิงหาคม 2563

6. หักลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น

– เพิ่มวงเงินลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพจาก 15,000 บาทเป็น 25,000 บาท

7. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าเสี่ยงภัยให้บุคลากรทางการแพทย์

เพิ่มทักษะ

8. ฝึกอบรมมีเงินใช้

– ฝึกอบรม เพิ่มทักษะอาชีพ หรือจัดกิจกรรมเพื่อสังคม

– ขยายฝึกอบรมผ่านภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น

ขอบคุณ : ไทยรัฐ

ใส่ความเห็น