เช็กสิทธิประกันสังคม มาตรา 33 ช่วยเหลืออะไรบ้างในช่วง COVID-19

สรุปกันชัด ๆ ว่า สิทธิประกันสังคม ที่ผู้ประกันตนมาตราต่าง ๆ จะได้รับความช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์โควิด 19 นั้นมีอะไรบ้าง และต้องส่งเงินสมทบมานานแค่ไหนถึงจะมีสิทธิ์

ผู้ประกันตน มาตรา 33 คือ พนักงาน มนุษย์เงินเดือน หรือลูกจ้างเอกชนที่ยังทำงานกับนายจ้างอยู่ในสถานประกอบการ ซึ่งทั้งนายจ้างและลูกจ้างจะส่งเงินสมทบเดือนละ 5% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 750 บาท ทั้งนี้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID 19 ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 จะได้รับสิทธิ์หลายข้อ ทั้งกรณีรักษาพยาบาล กรณีว่างงาน ดังนี้

กรณีตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา

สามารถตรวจฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม หากเข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง คือ

1. เคยมีไข้ หรือมีอุณหภูมิร่างกาย 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง (ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อย ปอดอักเสบ)

2. มีประวัติเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่ง คือ
– เคยเดินทางไปหรือมาจากประเทศเสี่ยง หรืออยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค
– ประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือติดต่อกับคนจำนวนมาก
– ไปในสถานที่ชุมนุมชน หรือสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคน เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล หรือขนส่งสาธารณะ
– สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

แต่หากไม่สามารถไปโรงพยาบาลตามสิทธิได้ เช่น ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัด อยู่ต่างพื้นที่ เราสามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ หรือโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งตามระบบประกันสังคมได้ก่อนเลย โดยจะเบิกจ่ายเป็นกรณีฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ซึ่งหากเราต้องสงสัยว่าติดเชื้อและต้องถูกกักกัน ให้แจ้งโรงพยาบาลตามสิทธิเพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

หากไม่เข้าเกณฑ์ 2 ข้อนี้ แต่อยากตรวจหาเชื้อ สามารถไปตรวจได้ที่สถานพยาบาลต่าง ๆ ที่รับตรวจ โดยต้องออกค่าใช้จ่ายเอง

กรณีป่วยโควิด 19 ต้องรักษาตัว

หากตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถเข้ารับการรักษาตัวได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 2 ทางคือ

1. ค่าจ้างจากนายจ้าง  สามารถใช้สิทธิ์ลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้างไม่เกิน 30 วัน/ปี

2. เงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม

กรณีเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนฯ ให้ในอัตรา 50% ของค่าจ้าง หรือสูงสุดวันละ 250 บาท (คิดจากฐานอัตราเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท) โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับเงินทดแทนฯ ไม่เกิน 365 วัน แต่ต้องมีหนังสือรับรองจากนายจ้างว่าได้รับค่าจ้างในวันลาป่วยครบ 30 วันทำงานใน 1 ปีปฏิทินแล้ว ส่วนที่ลาป่วยเกิน 30 วัน จึงสามารถยื่นขอรับเงินทดแทนฯ จากประกันสังคมได้

ใครมีสิทธิ์ : ต้องส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนวันที่เข้ารับการรักษาพยาบาล โดยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว

กรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย

จะได้รับเงินกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย ตามเงื่อนไขดังนี้

– นายจ้างหยุดกิจการเอง ลูกจ้างไม่สามารถทำงานตามปกติได้
– หน่วยงานภาครัฐสั่งหยุดกิจการชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด
– นายจ้างไม่ให้ทำงาน โดยให้ลูกจ้างกักตัว 14 วัน เนื่องจากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด 19

ใครมีสิทธิ์ : ต้องเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนการว่างงานหรือถูกรัฐสั่งให้กักตัว หากส่งเงินสมทบไม่ครบ 6 เดือน จะไม่สามารถรับเงินชดเชยได้

รับเงินชดเชยเท่าไร : ได้รับเงิน 62% ของค่าจ้างรายวัน ตลอดระยะเวลาที่นายจ้างหยุดประกอบกิจการ แต่ไม่เกิน 90 วัน ดังนั้น จะได้รับเงินสูงสุดไม่เกินเดือนละ 9,300 บาท (ฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท)

วิธียื่นรับสิทธิ์

– กรอกแบบฟอร์มขอรับประโยชน์ กรณีว่างงาน (สำหรับลูกจ้าง/ผู้ประกันตน)
– นายจ้างต้องกรอกแบบฟอร์มยืนยันการหยุดงานของลูกจ้างด้วย  ลูกจ้างจึงจะได้รับสิทธิ์เงินชดเชยจากประกันสังคม

แต่กรณีต่อไปนี้ ไม่สามารถขอรับเงินว่างงานจากประกันสังคมได้
– ลูกจ้างถูกปรับลดเงินเดือน
– ลูกจ้างยินยอมลางานโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave without Pay)
– สถานประกอบการหยุดชั่วคราว ลูกจ้างไม่ต้องมาทำงาน แต่นายจ้างยังคงจ่ายเงินให้ลูกจ้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าไรก็ตาม
– นายจ้างหยุดชั่วคราวเนื่องจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และไม่ให้ลูกจ้างทำงาน (กรณีนี้ นายจ้างต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้าง 75% ของค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน)

 

กรณีลาออกจากงานเอง

รับเงินชดเชยเท่าไร : หากลาออกเองในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 จะได้รับเงิน 45% ของค่าจ้างรายวัน แต่ไม่เกิน 90 วัน ดังนั้น จะได้รับเงินสูงสุดไม่เกินเดือนละ 6,750 บาท (ฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท)

ใครมีสิทธิ์ : ต้องเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนการว่างงาน

วิธียื่นรับสิทธิ์
– ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน โดยใช้เลขบัตรประชาชนในการเข้าสู่ระบบ กรอกข้อมูลจากบัตรประชาชน พร้อมกรอกเลขหลังบัตรประชาชน (laser Code) จะได้รหัสผ่านเพื่อใช้งานระบบ
– เมื่อลงทะเบียนเข้าสู่ระบบเสร็จสิ้นแล้ว ให้ยื่นคำขอ “รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) e-form” บนเว็บไซต์
– รายงานตัวเดือนละครั้ง ผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน

กรณีถูกเลิกจ้าง

ประกันสังคม
รับเงินชดเชยเท่าไร : หากลาออกเองในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะได้รับเงิน 70% ของค่าจ้างรายวัน แต่ไม่เกิน 200 วัน เท่ากับว่าจะได้รับเงินสูงสุดไม่เกินเดือนละ 10,500 บาท (ฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท)

ใครมีสิทธิ์ : ต้องเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนการว่างงาน

วิธียื่นรับสิทธิ์
– ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน โดยใช้เลขบัตรประชาชนในการเข้าสู่ระบบ กรอกข้อมูลจากบัตรประชาชน พร้อมกรอกเลขหลังบัตรประชาชน (laser Code) จะได้รหัสผ่านเพื่อใช้งานระบบ
– เมื่อลงทะเบียนเข้าสู่ระบบเสร็จสิ้นแล้ว ให้ยื่นคำขอ “รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) e-form” บนเว็บไซต์
– รายงานตัวเดือนละครั้ง ผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน

การจ่ายเงินสมทบ
ผู้ประกันตนจะได้ปรับลดอัตราการส่งเงินสมทบประกันสังคม จาก 5% เหลือ 1% เท่ากับว่าจากเดิมเคยส่งเงินสมทบสูงสุดเดือนละ 750 บาท จะเหลือเดือนละ 150 บาท เป็นเวลา 3 เดือน (มีนาคม-พฤษภาคม 2563) หากใครส่งเงินสมทบ 5% ไปแล้วในเดือนมีนาคม 2563 สามารถยื่นขอรับเงินสมทบคืนได้

ใส่ความเห็น