แจงดราม่า สาวเป็นหนี้ กยศ. 1.7 หมื่น ถูกยึดบ้านกว่า 2 ล้าน เพราะอะไร

กรมบังคับคดี แจงดราม่าสาวติดหนี้ กยศ. 1.7 หมื่น ไม่ยอมจ่าย ถูกยึดบ้านชื่อพ่อ สาเหตุเพราะทรัพย์สินเจ้าตัวถูกยึดคดีอื่นจนหมดแล้ว จึงต้องยึดบ้านหลังดังกล่าวที่เป็นของพ่อ เผยที่ผ่านมาพยายามติดต่อขอไกล่เกลี่ยแล้ว มีการติดประกาศ ทำตามระเบียบทุกอย่าง แต่ลูกหนี้ไม่สนใจ เผยบ้านขายได้แค่ 3 หมื่น เพราะคนซื้อต้องไปใช้หนี้จำนองอีก 2 ล้าน

จากกรณี นางสาวสมหมาย วงศ์ตะวัน วัย 38 ปี ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกยึดทรัพย์บ้านทรงไทยมูลค่า 2 ล้านบาท เอาไปขายทอดตลาด เหตุเนื่องจากติดหนี้ กยศ. จำนวน 17,000 บาท ซึ่งเจ้าตัวคาใจว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นชื่อพ่อ และพ่อไม่ได้เป็นคนค้ำประกัน แต่กลับเป็นบ้านที่ถูกเลือกที่จะยึดไปนั้น

ล่าสุด วันที่ 26 มิถุนายน 2563 กรมบังคับคดี ได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า กรณีดังกล่าวอยู่ในการดำเนินการของสำนักงานบังคับคดีจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดแพร่ โดยโจทก์ได้แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า โจทก์ (กยศ.) ไม่เคยได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลย (นางสาวสมหมาย วงศ์ตะวัน) แต่อย่างใด เนื่องจากทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ผู้กู้ยืมเงิน ถูกยึดไว้ในคดีอื่นแล้ว และไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะดำเนินการบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ได้

ทางฝ่ายโจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 3 (พ่อของนางสาวสมหมาย) ที่ติดจำนองเจ้าหนี้รายอื่น ทำการขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้

จากนั้น เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามคำร้องขอของโจทก์แล้ว ก็ได้แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบว่ากรณีนี้ยังสามารถขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีได้ ซึ่งจำเลยที่ 3 ได้รับหมายแจ้งแล้ว แต่ไม่ได้มาติดต่อเพื่อขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ทางเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงต้องดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด โดยการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวโดยการจำนองติดไป

ทั้งนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งกำหนดการวันขายทอดตลาดไปยังจำเลยที่ 3 แล้ว พร้อมปิดประกาศขาย ณ ทรัพย์ที่จะทำการขายทอดตลาดในการประกาศขายแต่ละครั้ง ซึ่งคดีนี้มีการขายทอดตลาดมาแล้วถึง 10 นัด แต่ไม่มีผู้เข้าสู้ราคา จำเลยที่ 3 ซึ่งทราบกำหนดวันขายทอดตลาดโดยชอบแล้ว ไม่เคยมาดูแลการขายหรือมาติดต่อกับเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแต่อย่างใด

จนกระทั่งในการขายทอดตลาดครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 มีบุคคลภายนอกได้ซื้อทรัพย์ดังกล่าวไปในราคา 30,000 บาท แต่ผู้ซื้อทรัพย์ดังกล่าวจะต้องรับภาระในการชำระหนี้จำนองอีกเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2563 ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดแพร่ ก็ได้ลงพื้นที่ร่วมกับอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดแพร่ และยุติธรรมจังหวัดแพร่ โดยได้พูดคุยกับจำเลยที่ 3 ถึงแนวทางช่วยเหลือในกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งได้กำหนดนัดหมายผู้ซื้อทรัพย์และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เข้ามาเพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกันต่อไปในวันที่ 14 กรกฎาคม 2563

 

ใส่ความเห็น