เปิดไทม์ไลน์ ชายไทย ติด โควิด 19 แบบละเอียด

จากกรณีมีรายงานว่า พบผู้ต้องขัง ติด โควิด 19 จำนวน 1 ราย เป็นผู้ต้องขังใหม่ ในทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ซึ่งเข้ามาเรือนจำในวันที่ 26 สิงหาคม 2563 ไม่แสดงอาการใด ๆ แต่พบว่าติด โควิด 19 เมื่อวันที่ 2 กันยายน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (3 กันยายน 2563) เวลาประมาณ 17.30 น. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยมี นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย แพทย์หญิงวลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา นายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายแพทย์เมธีพจน์ ชาตะเมธีกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลง

โดยได้มีการเผยไทม์ไลน์ของนักโทษดังกล่าว ก่อนพบว่าติด COVID-19 ดังนี้

– พบผู้ต้องขังชายที่อยู่ระหว่างกักกัน 14 วัน ก่อนเข้าแดนปกติของเรือนจำ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ติดเชื้อ โควิด 19

– เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ รายแรกในรอบ 100 วัน

– ผู้ป่วยอยู่บริเวณกักกันในเรือนจำก่อนเข้าแดนปกติ ช่วงวันที่ 26 สิงหาคม – 2 กันยายน มีผู้ต้องขังในห้องเดียวกันประมาณ 36 คน

– วันที่ 12-26 สิงหาคม ผู้ป่วยอาศัยอยู่กับครอบครัว คอนโดบ้านสวนธน พุทธบูชา บางมด

– ผู้ป่วยทำงานที่ร้าน 3วัน 2 คืน สาขาพระราม 3 และพระราม 5

– ผู้ป่วยเป็นดีเจที่ร้าน เฟิร์สคาเฟ่ ถ.ข้าวสาร

– ตอนนี้อยู่ระหว่างสอบสวนโรคเพิ่มเติมว่า ติดเชื้อจากที่ใด

สำหรับรายละเอียดแถลงข่าวในครั้งนี้ แพทย์หญิงวลัยรัตน์ กล่าวว่า ผู้ต้องขังดังกล่าว เข้ามายังเรือนจำเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งทางเรือนจำจะมีมาตรการตรวจคัดกรองนักโทษและผู้ต้องขังในแดนแรกรับเป็นปกติ

หลังจากเข้ามาแล้ว ในวันที่ 29 สิงหาคม ผู้ต้องขังรายนี้ มีไข้ มีเสมหะ เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกและส่งตรวจยืนยัน จากหน่วยงาน 2 แห่ง กระทั่งพบการติดเชื้อ เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบประวัตินับย้อนหลัง ย้อนไป 14 วัน พบว่าผู้ติดเชื้อรายนี้ ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ โดยก่อนที่จะเข้ามายังสถานบำบัดพิเศษกลาง บางเขน

พักอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ คอนโดบ้านสวนธน พุทธบูชา ย่านบางมด อาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน ทำงานเป็น ดีเจ ที่ร้าน 3 วัน 2 คืน รวม 2 สาขา คือสาขาพระราม 3 และพระราม 5 และร้านย่าน ถ.ข้าวสาร

ในวันที่เดินทางไปศาลอาญา ได้สัมผัสกับผู้มีความเสี่ยงสูงประมาณ 20 คน มีทนายความ เจ้าหน้าที่เรือนจำ นักโทษที่ตัดสินคดีร่วม และนักโทษร่วมโดยสารรถกลับมายังเรือนจำ

เมื่อไปถึงสถานบําบัดพิเศษกลาง ผู้ต้องขังรายนี้ได้อยู่บริเวณสถานที่กักกัน และสัมผัสผู้เสี่ยงสูงประมาณ 36 คน เป็นผู้ต้องขังในห้องเดียวกัน 34 คน อาสาสมัครนักโทษ 2 คน และมีผู้สัมผัสเสียงต่ำ 2 คน เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์

จากการเก็บตัวอย่างตรวจสอบทั้ง 36 คน ไม่พบการติดเชื้อ ขณะนี้อยู่ระหว่างการแยกผู้สัมผัสทั้งหมดให้ครบตามกำหนดเวลา และจะทำการตรวจหาเชื้อซ้ำ

นพ.เมธีพจน์ ระบุว่า ในส่วนของกรุงเทพฯ ได้จัดทีมลงพื้นที่สอบสวนโรคตั้งแต่ช่วงเช้า โดยไปตรวจสอบยืนยันผู้ป่วย และอีกทีมไปตรวจสอบที่ศาลอาญา รวมถึงบ้านของผู้ป่วย พบผู้สัมผัสใกล้ชิดที่บ้านของผู้ติดเชื้อ รวม 5 คน จึงทำการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาเชื้อ

ได้ไปยังสถานที่ทำงานของผู้ติดเชื้อ เพื่อสอบถามว่าไปที่ไหนมาบ้างและสั่งให้มีการปิดสถานที่ทำงาน เพื่อทำความสะอาด 3 วัน

นายแพทย์วีระกิตติ์ ระบุว่า ทางราชทัณฑ์ มีมาตรการเข้ม ในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยเพื่อไม่ให้มีการแพร่เชื้อ โควิด 19 ในเรือนจำมีการแบ่งแยกสถานที่ชัดเจน ทั้งผู้ต้องขังรายใหม่ สำหรับผู้ที่เข้ามายังเรือนจำ

ผู้ต้องขังรายนี้ เข้ามายังสถานบำบัดพิเศษกลางบางเขน ซึ่งมีผู้ต้องขังกว่า 8,000 คน เจ้าหน้าที่มีมาตรการ กักกันโรคตั้งแต่ต้น ยึดถือมาตรการไว้อย่างเหนียวแน่น และทางหน่วยงานตรวจพบการติดเชื้อเอง โดยถือเป็นรายที่ 2 ที่พบการติดเชื้อในเรือนจำ ซึ่งรายแรกตรวจพบที่เรือนจำในจังหวัดราชบุรี

ส่วนผู้ติดเชื้อรายนี้ ได้ถูกส่งไปอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เป็นอาคารแยกเดี่ยว ห้องเดี่ยว และย้ายผู้ต้องขังอีก 34 คน ไปยังโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แยกเป็นผู้ต้องขังที่ดูแลเป็นพิเศษเพื่อรอรับการตรวจยืนยันจนครบเวลา

อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ผู้ติดเชื้อรายนี้เป็นผู้ติดเชื้อที่พบในประเทศที่ได้รับรายงาน และยังคงต้องเร่งสอบสวนหาที่มาของโรค พร้อมกับเน้นย้ำประชาชนว่ายังคงมาตรการตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ โควิด 19

ใส่ความเห็น