มือใหม่ต้องอ่าน ! รีวิว ซื้อคอนโดครั้งแรก ตั้งแต่ยื่นกู้-ตรวจห้อง-แต่งห้อง-โอนห้อง!

สวัสดีครับ กระทู้นี้ผมจะมารีวิวการซื้อคอนโดครั้งแรกของผมนะครับ ซึ่งส่วนตัวผมได้หาข้อมูลจาก Internet มาเยอะมากและคิดว่าคงจะดีไม่น้อยถ้ามีกระทู้ที่เขียน Step by Step ให้มือใหม่ที่ไม่เคยซื้อคอนโดได้อ่านและเตรียมตัวกันแบบที่ผมได้เจอมา

ขอเกริ่นนิดนึง ความตั้งใจในการอยากมีคอนโดของผมคือเนื่องจากปี 2559 ผมได้ซื้อบ้านมือสองเอาไว้ใกล้ๆ กับสวนหลวง ร.9 แต่เวลาไป-กลับตอนทำงานมันใช้เวลาเยอะจึงมองหาคอนโดที่ไม่แพงและติด MRT เพื่อที่จะไปทำงานสะดวกเพราะผมทำงานย่านพระราม9-รัชดา-ลาดพร้าว-วงศ์สว่าง-ประชาชื่น เป็นหลักครับ

Step 1
ค้นหาความต้องการของตัวเอง
เนื่องจากงานของผมต้องใช้รถเป็นหลักและบางครั้งต้องพึ่งพา MRT หรือ BTS ด้วย ผมจึงตั้งเป้าไว้ว่าคอนโดของผมไม่ควรห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเกิน 600 เมตร (ซึ่งยังเป็นระยะเดินได้สำหรับผม) และต้องมีแนวโน้มที่จอดรถจะเพียงพอ ผมจึงมองหาคอนโดที่สร้างเสร็จแล้วเท่านั้น ด้วยการเข้าไปเยี่ยมชมโครงการและถาม Sale ว่า “เหลือ Unit ที่ยังไม่ขายอีกเท่าไร” จากนั้นก็เดินสำรวจที่จอดรถครับ ถ้าจำนวน Unit เหลือน้อยและที่จอดรถก็ว่างมากแปลว่ามีแนวโน้มสูงที่จะไม่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถในอนาคต (เป็นแค่การคาดเดาที่พอจะทำได้)

ผมจึงไปจบที่โครงการ The Maple รัชดา-ลาดพร้าว ครับ เพราะตรงตามความต้องการทุกอย่าง ห่างจาก MRT รัชดากับลาดพร้าว 600 เมตรและมีที่จอดรถเหลือว่างเพียงพอ

Step 2
ยื่นกู้
ก่อนจะยื่นกู้ก็ต้องจองห้อง+ทำสัญญา กรณีนี้ถ้าใครกลัวกู้ไม่ผ่านลองไปปรึกษาแบงค์คร่าวๆ ก่อนได้ครับ เอาราคาห้องไปให้เค้าพิจารณาแต่บางโครงการก็จะมีเงื่อนไขจองแล้วกู้ไม่ผ่านยินดีคืนเงินเช่นของผม เนื่องจากผมประวัติดี ไม่มีภาระหนี้สินอะไร (บ้านมือสองผมซื้อสด) ผมจึงได้รับอนุมัติมา 2 ธนาคารคือไทยพานิชย์และกรุงศรี ตรงนี้ถ้าทำได้อยากให้ยื่นกู้หลายๆ แบงค์ครับ เพราะ

– ผมยื่นไป 4 แบงค์ ซึ่งโครงการเป็นคนจัดการให้ อันนี้ถ้าโครงการไหนเค้าเดินเรื่องให้ผมแนะนำให้ฝากเค้าเลยครับเพราะเค้าจะประสานงานกับแบงค์อยู่แล้ว การดำเนินการจะไวและไม่ต้องเสียค่าประเมินหลักทรัพย์
– ทุกแบงค์โทรมา Pre-Approve หมด ผมเอาดอกเบี้ยของแบงค์ที่ต่ำที่สุดบลัฟอีกแบงค์ เพื่อต่อรองดอกเบี้ย
– ทหารไทยกับเกียรตินาคินถอนตัว (เงียบหายไปเลย) อันนี้ไม่แน่ใจว่าผมไม่ผ่านการอนุมัติหรือเค้าสู้ดอกเบี้ยแบงค์อื่นไม่ไหว
– กรุงศรีให้ลอยตัว 3.33% เฉลี่ย 3 ปี, ไทยพานิชย์ให้คงที่ 3.5% 3 ปี พอผมทำท่าจะเอากรุงศรี ไทยพานิชย์โทรมาต่อรองขอให้อย่าเพิ่งเซ็นต์รับสินเชื่อแบงค์อื่น เค้าจะยื่นเรื่องใหม่ขอดอกเบี้ยให้เราน้อยลง
– สรุปไทยพานิชย์ให้คงที่ 3.4% 3 ปี ผมจึงตัดสินใจเลือกไทยพานิย์ครับ

ฉะนั้น ยิ่งเรายื่นหลายแบงค์ อนุมัติมากกว่า 1 แบงค์เราจะมีโอกาสในการต่อรองขอดอกเบี้ยที่ต่ำลงครับ

Step 3
ตรวจห้องและวัดขนาดห้อง
ก่อนจะโอนก็ต้องตรวจห้องก่อน ซึ่งผมแนะนำอย่างยิ่งให้จ้างวิศวกรที่รับตรวจห้องเข้าไปตรวจครับเพราะทุกคอนโดถูกแพงมีข้อบกพร่อง มีงานที่เก็บไม่เรียบร้อยหมด อยู่ที่จะเจอะมากเจอน้อย ซึ่งของผมเจอเยอะมากแต่โชคดีที่คอนโดพยายามแก้ไขให้ทุกจุดอย่างว่องไว อันนี้สำคัญสุด ถ้ายังไม่แก้ อย่าโอน เพราะถ้าเราโอนแล้วและเข้าไปอยู่ มันจะลำบากมากถ้าต้องมานั่งเฝ้าช่างทำห้อง แถมต้องมาเจอฝุ่นผงจากการทำห้อง ข้าวของเลอะเทอะอีก

ผมใช้บริการเจ้านี้ครับ https://www.facebook.com/Mr.HomeInspector99/ ตรวจครั้งแรก 2800 บาท ครั้งที่สอง 1000 บาท ตรวจงานละเอียดมากครับ

สำหรับคนที่ต้องการแต่งห้องให้ใช้ช่วงเวลาที่เข้าไปตรวจห้องวัดขนาดห้องมาให้ละเอียดเลยครับ รวมไปถึงตำแหน่งปลั๊กไฟ ตำแหน่งแอร์ ทางเข้าออกประตูบานกระจกสไลด์ต่างๆ ด้วย ที่ผมเจอก็คือหลังจากวัดเสร็จและให้ SB Design Square ออกแบบห้องให้ (ทาง SB ได้มาวัดที่หน้างานด้วย) ปรากฎว่าทาง SB ไม่รับทำห้องของผมครับ เนื่องจากผนังห้องผมเป็น Fulfil Wall ไม่เข้ากับการยึดเจาะเฟอร์นิเจอร์ที่ทาง SB มี นั่นหมายความว่าผมต้องไปใช้บริการเฟอร์นิเจอร์เจ้าอื่น (และก็ไม่รู้ว่าเจ้าอื่นจะเจาะยึดแล้วติดแน่นรับน้ำหนักได้มั้ย) สำหรับผมเรื่องนี้ใหญ่พอสมควรเพราะมันกระทบกับ Design และรูปแบบของห้องที่เราฝันอยากจะได้เต็มๆ ถ้าจะให้ผมซื้อห้องแล้วต้องใช้แต่เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวอย่างเดียวผมก็ไม่โอเค

จากข้อนี้ผมให้ข้อสรุปว่า ซื้อคอนโดถามก่อนอันดับแรกเลยครับ ผนังห้องใช้วัสดุอะไร อิฐปูนก่อฉาบแบบทั่วไปหรืออิฐมวลเบา ทั้ง 2 อย่างนี้ช่าง SB บอกว่าเจาะได้ไม่มีปัญหาอะไร

Step 4
การโอนห้อง
แบงค์เค้าจะถามว่าให้มอบอำนาจมั้ย สำหรับผมแนะนำว่าไปกับแบงค์ด้วยจะดีที่สุด อย่างเคสผม มอบอำนาจให้เค้าไปจัดการ พอเจอว่า SB เจาะยึดไม่ได้ผมโทรไปเบรคแบงค์ทันทีว่าอย่าเพิ่งโอนตามวันที่ตกลงกัน ซึ่งตอนแรกแบงค์เหมือนจะไม่ยอมแต่พอผมบอกเหตุผล เค้ารับฟังและยอมทำตามคำขอของผม เพราะถ้าผมได้คอนโดมาแล้วตกแต่งไม่ได้ตามที่คาดหวังผมก็ไม่อยากได้ แต่ถ้าเราโชคร้าย เจอแบงค์กับคอนโดนิสัยไม่ดีเค้าก็อาจจะไปทำเรื่องโอนโดยไม่สนใจเราก็ได้เพราะเรามอบอำนาจให้เค้าไปแล้ว ฉะนั้นย้ำว่า ไม่ควรมอบอำนาจปลอดภัยสุดครับ

จบแล้วครับ ระหว่างนี้ทางคอนโดและแบงค์ก็รอผม Confirm ในการเคลียร์เรื่องเฟอร์นิเจอร์ที่จะติดตั้ง ถ้าผลสรุปออกมาแล้วยังไงก็ติดตั้งไม่ได้ตามแบบที่อยากให้เป็นผมก็จะยอมทิ้งเงินจอง 5000 บาท + ค่าตรวจคอนโดอีก 2800 บาทไปหาคอนโดใหม่ที่ผนังสามารถแต่งห้องตามที่ใจผมอยากให้เป็นครับ

หวังว่าประสบการณ์ของผมจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนไม่มากก็น้อยนะครับ
หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะครับ

ใส่ความเห็น