ทำอย่างไร เมื่อถูกพิษของแมงกะพรุน เผยแก้พิษแมงกะพรุนเบื้องต้น

เวลาเราไปเล่นน้ำทะเล มักถูกเตือนเสมอว่าให้ระวังแมงกะพรุนไว้ด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งดีครับ ที่ต้องระวังไว้ก่อน โดยเฉพาะการไปเล่นน้ำทะเลในบางที่ บางฤดูกาล ซึ่งจะมีแมงกะพรุนชุกชุมมาก ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเป็นสิ่งดี เพราะถ้าใครถูกแมงกะพรุนเข้าไปแล้ว จะไม่สนุกเลยทีเดียว

ก่อนที่จะมาถึงวิธีการดูแลรักษาพิษจากแมงกะพรุน เรามารู้เรื่องราวเกี่ยวกับแมงกะพรุนกันสักนิดก่อน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันครับ

1 จริงๆแล้วแมงกะพรุนมีหลายชนิดมาก ชนิดที่เราคุ้นเคยกัน กินได้ และเห็นอยู่ตามหม้อสุกี้หรือเย็นตาโฟ ส่วนใหญ่และเป็นแมงกะพรุนหนัง หรือแมงกะพรุนจาน พวกนี้ไม่น่ากลัว แต่แมงกะพรุนที่เรากลัวคือ แมงกะพรุนไฟ ซึ่งตัวจะออกคล้ำๆแดงๆ ซึ่งจะมีพิษ แต่เราไม่ควรดูแค่สีหรือรูปร่างของแมงกะพรุนนะครับว่ามีพิษหรือไม่ ให้พยายามนึกไว้เสมอว่าแมงกะพรุนนั้นมีพิษ อยู่ไกลๆมันจะดีกว่า

2 พิษของแมงกะพรุนจะอยู่ที่สายหรือหนวดของมัน ซึ่งจะมีเข็มพิษอยู่จำนวนมาก ในบางครั้งเวลาเราเล่นน้ำทะเล เราอาจจะไม่เห็นตัวมัน แต่โดนแค่สายหรือหนวดมันซึ่งหลุดออกมาจากตัวเรากูถูกพิษได้

3 พิษของแมงกะพรุนแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกัน บางชนิดมีความรุนแรงมากทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้นได้โดยเฉพาะ Box Jellyfish แต่แมงกะพรุนส่วนใหญ่จะทำให้เกิดปัญหาที่ผิวหนัง ทำให้เกิดการปวดแสบปวดร้อน และผิวหนังอักเสบตามมา

พิษของแมงกะพรุน ที่พบทั่วไปนั้นเมื่อโดนเข้า จะรู้สึกปวดแสบ ปวดร้อน บวมแดง หรือเป็นรอยไหม้ คันอย่างมาก มีไข้ ฯลฯ บางรายอาจเกิดอาการจุก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ถึงตายได้ ดังนั้นเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบ ปวดแสบ ปวดร้อน ขณะอยู่ในน้ำให้รีบขึ้นจากน้ำทันที ไม่เช่นนั้นอาจจมน้ำได้ เมื่อขึ้นจากน้ำแล้ว หากมีหนวดของแมงกะพรุนขาดติดอยู่ให้คีบเอาออกให้หมดก่อน ห้ามไปขัดถู เพราะจะทำให้เข็มพิษที่อยู่ที่หนวดปล่อยออกมามากขึ้น

การดูแลรักษาเพื่อลดอาการพิษของแมงกะพรุน มีหลายวิธี เช่น มีการแนะนำให้แช่หรือล้างด้วยน้ำส้มสายชูอย่างอ่อนประมาณ 15-30 นาที แต่หากไม่มีให้ล้างด้วยน้ำทะเล หรือแอลกอฮอล์ล้างแผล ห้ามล้างด้วยน้ำจืดเพราะจะทำให้เข็มพิษปล่อยออกมามากขึ้น และห้ามขัดถูบริเวณที่โดนแมงกะพรุน หลังจากนั้นใช้น้ำแข็งหรือน้ำอุ่นประคบ

อีกวิธีที่แนะนำ คือการใช้ครีมโกนหนวดทาลงบริเวณที่โดนแมงกะพรุน แล้วใช้มีดโกนโกนออก หรือ ใช้บัตรพลาสติก เช่น บัตรเครดิต ขูดออกเพื่อกำจัดเอาเข็มพิษที่ติดอยู่ออกไป แล้วจึงใช้น้ำส้มสายชูอย่างอ่อน หรือ แอลกอฮอล์ล้างต่อไป

วิธีที่ง่ายที่สุดและมีการทดสอบเปรียบเทียบถึงผลการรักษาชัดเจนว่าได้ผลดีที่สุด คือ การใช้น้ำอุ่นค่อนข้างร้อน ที่อุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียส วิธีนี้จะระงับความเจ็บปวด และการอักเสบได้ดีที่สุด จากการทดสอบกับอาสาสมัคร จำนวน 5 คน โดยเอาหนวดแมงกะพรุนมาลากผ่านบนแขน และทดสอบวิธีการลดความเจ็บปวดจากพิษของแมงกะพรุน ด้วยการวิธีที่ใช้กันอยู่ ได้แก่ การใช้น้ำแข็ง น้ำส้มสายชู อลูมิเนียมซัลเฟต และน้ำร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียส พบว่าน้ำร้อนให้ผลการรักษาดีที่สุด โดยผู้โดนพิษแมงกะพรุน จะลดอาการปวดลงภายใน 4-10 นาที และลดอาการปวมได้ จึงถือว่าเป็นวิธีที่ง่าย และสามารถทำได้สะดวกที่สุด

สำหรับในประเทศไทย ผู้คนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล และจากคำบอกเล่าประสบการณ์ของผู้ที่โดนพิษของแมงกะพรุนนั้น พบว่าผักบุ้งทะเลสามารถรักษาพิษของแมงกะพรุนได้ วิธีการใช้โดยนำใบผักบุ้งทะเล มาตำหรือขยี้ให้ละเอียดพอกบริเวณที่โดนพิษ แต่หากสามารถคั้นเอาแต่น้ำได้ให้คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณที่โดนพิษของแมงกะพรุน จะช่วยลดอาการปวดและการอักเสบได้ การนำผักบุ้งทะเลมาใช้นั้นควรล้างให้สะอาดก่อนเพราะผักบุ้งทะเลที่ขึ้นอยู่ตามชายฝั่ง โดยเฉพาะในที่ชุมชนหรือแหล่งท่องเที่ยวนั้นอาจมีสิ่งปฏิกูล หรือสิ่งสกปรกต่างๆ ปนเปื้อนอยู่

ข้อควรปฏิบัติที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ ขณะที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หรือ หลังจากการปฐมพยาบาล ควรรีบนำผู้ที่ได้รับพิษไปพบแพทย์ทันที

การป้องกันหรือการหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนพิษของแมงกะพรุน ควรหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำหลังจากมีฝนตกในบริเวณ หรือเวลาที่มีแมงกะพรุนชุกชุม หากต้องการลงเล่นน้ำในบริเวณที่คาดว่าอาจจะมีแมงกะพรุน ควรป้องกันด้วยการสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด เช่น ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เพื่อป้องกันหนวดของแมงกะพรุน เมื่อเดินที่ชายหาดหากพบแมงกะพรุนเกยตื้นอย่าไปจับเล่นเพราะอาจจะโดนเข็มพิษได้ โดยเฉพาะบริเวณหนวดที่อยู่ใต้ร่มของแมงกะพรุน

ใส่ความเห็น