ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน อันตรายใกล้ตัวกว่าที่คิด พร้อมวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

 

เพจ Street Hero Project ได้ออกมาแนะนำเกี่ยวกับ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งมีประโยชน์มากๆ ลองอ่านกันได้คะ

ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียของ พี่โจ บอยสเก้าท์ ด้วยครับ คาดว่าเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เลยอยากฝากบทความนี้ไว้หน่อยนะครับ ยาวหน่อยแต่อยากให้อ่าน

#ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเกิดขึ้นกับใครได้บ้าง

อาจเกิดขึ้น กับใคร ที่ไหน และเมื่อไร ก็ได้ คือ ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก โดยอาจเกิดขึ้นได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน พบได้ทั้ง ที่บ้าน ที่ทำงาน ที่สำคัญจากสถิติจะเกิดขึ้น นอกโรงพยาบาล มากกว่า ในโรงพยาบาล

#สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอะไร

ส่วนใหญ่มาจากโรคหัวใจ และจากสาเหตุอื่นๆ เช่น จมน้ำ ถูกไฟฟ้าช็อก ไฟไหมสำลักควันไฟ ขาดอากาศหายใจ สำลักอาหาร หรือสิ่งแปลกปลอม

#เมื่อหัวใจหยุดเต้นจะเกิดอะไรขึ้น

จะไม่มีเลือดไปเลี้ยงร่างกาย สมองขาดเลือดไม่ได้ จะหมดสติ ภายใน 10 วินาที เนื้อสมองทนต่อการขาดเลือดได้ ประมาณ 4 นาที หากไม่ได้รับการทำ CPR ภายใน 4 นาทีแรก เนื้อสมองจะเริ่มเสียหาย อันเป็นเหตุให้สมองตาย

#โอกาสรอดมีไหม

มี หากคนที่พบเหตุสามารถทำ CPR และ ขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน โทร 1669 พร้อมนำเครื่อง AED มาใช้ จะทำให้ ผู้ที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน มีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มมากขึ้น

#การทำ CPR มันช่วยอะไร

การ CPRหรือการกดหน้าอก ทำให้มีเลือดไปเลี้ยงร่างกายโดยเฉพาะสมองและหัวใจ ทำให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติ โดยที่เนื้อสมองยังไม่เสียหาย หรือถูกทำลายจากการขาดเลือดที่มีออกซิเจน ความสำคัญจึงอยู่ที่ ทำการCPR ในทันที่ ทีพบว่าหัวใจหยุดเต้น และใช้เครื่อง AED ทันทีที่เครื่องมาถึง

#AEDคืออะไร

มันคือเครื่องช๊อกไฟฟ้าหัวใจชนิดอัตโนมัติ เป็น อุปกรณ์ปฐมพยาบาลที่ประชาชน สามารถใช้ ในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานได้ ทำงานคล้ายเครื่องช๊อกไฟฟ้าหัวใจ ที่มีใช้อยู่ในโรงพยาบาล แต่ทำหน้าที่ ช็อกไฟฟ้าหัวใจ ให้กับผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น ที่ยังมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แบบสั่นพลิ้ว (fibrillation) ให้การสั่นพลิ้วของหัวใจหยุดลง เพื่อให้ หัวใจกลับมาเต้นเอง ได้อีกครั้งหนึ่ง

#แล้วต้องผายปอดหรือไม่

ในระยะแรกนั้น ผู้ป่วยจะยังมีออกซิเจนในเลือดอยู่หลายนาที (6-8 นาที) หากผู้ ประสบเหตุ ไม่เคยฝึกการช่วยหายใจ หรือไม่ประสงค์จะเป่าปากช่วยหายใจ เมื่อได้ทำการร้องขอ ความช่วยเหลือ โทร 1669 ขอทีมแพทย์ฉุกเฉิน ก็ให้ทำการกดหน้าอกแต่เพียงอย่างเดียวไปก่อน รอให้ผู้อื่น หรือ ทีมแพทย์ฉุกเฉิน มาช่วยเหลือต่อไป

#โอกาสรอดมีมากแค่ไหน

การกดหน้าอก แต่เพียงอย่างเดียว มีกาสรอดมีเพียง 5% แต่หากพบว่ามีคลื่นหัวใจในขณะที่ AED มาถึง เป็นแบบ หัวใจสั่นพลิ้ว โอกาสรอดจะเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 2 เท่าขึ้นไป

#เครื่องAEDอันตรายไหม

เครื่อง เออีดี จะไม่ทำการ ช็อกไฟฟ้าหัวใจ ในผู้ที่มีหัวใจเต้นเป็นปกติ ทำให้ประชาชน มั่นใจ ว่าเครื่องเออีดี มีความปลอดภัย ที่ประชาชน แต่ต้องระวังในการใช้ว่าเวลาช๊อกห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วยเพราะจะโดนช๊อกไปด้วย

#สุดท้ายทางเพจอยากให้ทุกคนตะหนักและตื่นตัวในการเรียนรู้การทำCPR กันให้มากขึ้น เพราะเราคาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับคนที่เรารักหรือไม่

#ทุกวินาทีมีค่าเท่าชีวิต

ขอบคุณบทความดีๆจาก Street Hero Project

ใส่ความเห็น