วิธีการบูชา และ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ …ต้องทำแบบนี้ได้ผลทันตาเห็น!!

วิธีการบูชา และ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ …ต้องทำแบบนี้ได้ผลทันตาเห็น!!

 

h2

 

การบูชาและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นความเชื่อและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยเรามาตั้งแต่ในอดีตกาล จนถึงปัจจุบัน ในวันนี้เราจึงอยากมานำเสนอวิธีการบูชาและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรให้ได้ผลทันตาเห็น

พลังจิตที่กล้าแกร่งและมีสมาธิเป็นหนึ่งเดียวกันนั้น จะเป็นตัวช่วยดังต่อไปนี้

• เป็นแรงส่งมหาศาล ที่จะนำแรงสัจจะอธิษฐานในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ได้ผลตามที่มุ่งหวัง

• เราต้องขอให้คุณทำความเข้าใจเสียก่อนว่า พลังจิตที่เราใช้เป็นแรงส่งหรือเชื่อมกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ เป็นเพียงพลังส่งการไปขอพร ขออำนาจบุญบารมีจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น

การขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นสิ่งที่ดี

•สามารถขอได้ทุกโอกาสและขอได้กับเทพหรือเทวดาทุกองค์ หรือแม้แต่พระพุทธรูปก็ตาม

• การปฏิบัติดีอยู่ในศีลด้วยความดี ตั้งใจมั่นศรัทธา ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นกับตัวของคุณ

เคล็ดลับดีดีในการขอพร

• ในเวลาที่คุณกำลังขอพรอยู่นั้น คุณต้องรวมจิตให้มีพลัง เพื่อเชื่อมบุญต่อกับท่านเหล่านั้นได้

• คุณอาจลองสังเกตดูว่า ในช่วงที่คุณมีพลังจิตกล้าแกร่งนั้น คุณจะรู้สึกโล่ง ขนลุก น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวหรือมีแสงวาบขึ้นมาในจิต

• สิ่งนี้แสดงให้คุณเห็นว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นท่านรับรู้แล้วในสิ่งที่คุณปรารถนาและสิ่งนั้นจะประสบหรือไม่ อยู่ที่กรรมลิขิต

• การที่คุณจะบูชาให้ได้ผลดีและเร็วแบบทันตาเห็นนั้น คุณต้องทราบก่อนว่า คำว่า “ทันตาเห็น” หมายถึง ในชั่วชีวิตของคนเราไม่เกิน 30 ปี จะต้องได้พบได้เห็น ไม่ใช่บูชาวันเดียว ครั้งเดียวหรือสองสามครั้งแล้วจะส่งผลทันที

• แต่ในบางครั้งก็อาจจะเป็นไปได้ ถ้าหากบุญบารมีของผู้ที่บูชานั้น ถึงกาลเวลาที่จะส่งผลถึงพร้อมด้วยเหตุและปัจจัย

•เรื่องจะส่งผลหรือไม่ส่งผลนั้นขึ้นอยู่กับบุญของคนที่บูชาด้วย

เคล็ดลับในการบูชาให้ได้ผลดีนั้น คุณควรต้องรู้ก่อนว่า มีอะไรบ้างที่เป็นส่วนประกอบสำคัญ เพราะถ้าไม่รู้วิธีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณบูชาอาจจะมีพลังเหลือเพียงหิน ปูนหรือตุ๊กตา เสียเงินเสียทอง เสียเวลาโดยใช่เหตุ ฉะนั้นส่วนประกอบที่สำคัญที่คุณควรรู้ว่าเมื่อคุณบูชาท่านแล้ว คุณจะได้ผลตามที่ปรารถนาหรือไม่นั้นมีดังต่อไปนี้

1. เพราะกรรมบันดาล ในที่นี้รวมทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่ที่กระทำขึ้นมาในชาตินี้

•ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่เป็นสุขต้องเร่งสร้างกรรมดีใหม่ไปชดเชยหรือลดกรรมเก่า

•เนื่องจากถ้าหากมีกรรมเก่ามากและเป็นวิบากกรรมหนักนั้นและกำลังส่งผลต่อชีวิตนั้น การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งมงคลนั้น อาจจะเป็นไปได้ยากหรือส่งผลได้น้อยมาก

• วิธีการแก้ไขที่ถูกต้องคือ

-คุณต้องเร่งสร้างกรรมดีขึ้นมาใหม่

-เป็นบุญใหม่เพื่อนำไปขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรเสีย

-ควรทำให้สม่ำเสมอ มากพอและนานพอ เพื่อที่จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรนั้นยกโทษให้

-อีกทั้งเพื่อคลายวิบากกรรมไม่ดีที่กำลังส่งผลนั้น เมื่อวิบากกรรมไม่ได้นั้น อ่อนกำลังลง บุญใหม่ที่ทำนั้นจะช่วยส่งผลได้

-เมื่อรู้จักการบูชา โมทนาพระคุณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และรู้จักวิธีบูชาสิ่งมงคลแล้ว พลังอำนาจเหล่านั้นก็จะหลั่งไหลเข้าหาตัว ทำให้เกิดโชคลาภโดยเร็ว

2.เพราะตัวผู้บูชาบริสุทธิ์

• ตัวเราที่เป็นผู้บูชาต้องพยายามเป็นผู้บริสุทธิ์

• ก่อนที่จะเริ่มจะบูชาหรือสวดคาถาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มนตราและคาถาต่างๆ นั้น ผู้ที่จะบูชานั้นต้องเป็นผู้มีบุญ เป็นผู้บริสุทธิ์เท่าที่จะทำได้ ต้องรู้จักการทำทาน ศีลและภาวนา ถือเป็นบุญเบื้องต้นที่ควรจะมี

• เนื่องจากถ้าไม่มีบุญของตัวเองเป็นที่ตั้ง บุญจากที่อื่นก็ไม่มีวันมาช่วยได้

• เนื่องจากตัวเรานั้นรับไม่ได้ การที่จะบริสุทธิ์เท่าใดนั้น ดูที่การให้ทาน ถือศีล เจริญภาวนา สิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญ

• ใครที่ต้องการความโชคดี มีมงคลเข้าสู่ชีวิตให้รุ่งเรืองนั้น ควรต้องรักษาศีลอย่างน้อยที่ศีล 5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเรื่องของกรรมวาจา หมายถึง ต้องเป็นคนที่พูดจาเป็นมงคล

• เนื่องจากการพูดมงคลนั้นเป็นการนำสิ่งที่ดีเข้าใส่ตัว เพราะการพูดไม่ดีนั้นจะขัดแย้งกับมนต์คาถาศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งออกมา

• การเบียดเบียนผู้อื่น เป็นสิ่งที่ต้องไม่ทำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากกรรมนั้นจะขัดแย้งกันกับสิ่งที่เราปรารถนาจะได้มา

• สำหรับการเริ่มต้นบูชา ต้องมีการชำระร่างกายให้สะอาด ทำจิตใจให้ผ่องใส จิตใจไม่ส่าย และควรมีสมาธิในการบูชาที่แน่วแน่ มีความเชื่ออย่างแรงกล้า ถ้าใจมันไม่เชื่อเสียแล้ว บอกได้เลยว่า สิ่งที่ขอพรและต้องการนั้นไม่มีทางเป็นไปได้
3.พลังแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาล

•การที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะให้พรช่วยดลบันดาลให้แก่เรานั้น

• คุณต้องรู้จักวิธีการบูชาที่ถูกต้อง เนื่องจากดวงจิตวิญญาณที่สถิตหรือรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ท่านมีเจตจำนงในความต้องการแตกต่างกัน แล้วแต่พลังจิตวิญญาณนั้นๆ ว่าท่านอยู่ในระดับชั้นใด แต่ที่เหมือนกันก็คือ ท่านทรงไว้ด้วยคุณความดีและมีพลังบุญ

• สิ่งศักดิ์สิทธิ์บางองค์นั้นท่านเป็น พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ พรหมเทพเทวา หรือ เทพเจ้าต่างๆ วิญญาณบรรพบุรุษ หรือผู้ที่เคยมีพระคุณยิ่งใหญ่ต่อแผ่นดิน ในการบูชาเบื้องต้น คุณต้องจัดวางตำแหน่งท่านให้เหมาะสม อยู่ในทิศทางที่เป็นมงคลถูกต้อง

• สามารถหาดูได้ในศาสตร์ต่างๆ ที่ระบุตำแหน่งในการจัดวางไว้ชัดเจน เพื่อแสดงเจตนาเริ่มต้นการยอมรับนับถือ อันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอีกข้อหนึ่งที่ต้องมี

สำหรับสิ่งของในการบูชานั้น

• มีการถือศีล หรือเจริญภาวนา ทำสมาธิ ท่านก็พอใจและรับรู้ รับทราบแล้ว ท่านก็จะช่วยให้พร ส่งบุญบารมีมาช่วยเราได้

• แต่ในบางองค์ที่มีบุญน้อยกว่า อาจจะต้องมีเครื่องเซ่นไหว้บูชาประกอบเพื่อเป็นตัวนำทาง

• สิ่งของที่นำมาบูชาหรือเครื่องสังเวยนั้น ต้องมาจากเงินที่บริสุทธิ์ มาจากแรงงานของตนไม่เบียดเบียนผู้ใดมา หรือขโมยของใครมาเรียกว่า ยิ่งบริสุทธ์ ยิ่งมาจากความประณีต ยิ่งมาจากแรงศรัทธา

• ความเพียรในการจัดหามากเท่าใด ท่านก็จะรับด้วยความยินดีมากเท่านั้น

• ถ้าหากต้องการถวายเครื่องบูชาเป็นอาหารคาวหวาน ผลไม้ มีเคล็ดสำคัญมากที่ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งสอนไว้ก็คือ

-ควรนำไปถวายแด่พระสงฆ์

-เมื่อถวายเสร็จแล้วจึงอุทิศบุญไปให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นการเชื่อมบุญกับท่าน
-เนื่องจากเมื่อคุณเชื่อมบุญกับท่านแล้ว ท่านก็จะรับรู้ และรู้จักคุณ ความปรารถนาของคุณ

-ในส่วนของน้ำสะอาด สามารถจัดเปลี่ยนได้ทุกวัน แล้วเอาน้ำเก่านั้น ไปเทรดน้ำต้นไม้ในบ้าน

-ในทุกวันสามารถอุทิศบุญให้กับสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่นอกเหนือจากวัตถุทาน ที่มาจากบุญกิริยาวัตถุ 10 ที่เหลืออีก 9 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้อื่น การชักชวนคนไปทำบุญ การขออนุโมทนาบุญของผู้อื่น การฟังธรรม การเผยแพร่ธรรมะฯลฯ

• สิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิ่งมงคลที่ท่านเพียรบูชา ท่านจะช่วยเหลืออวยพรคนที่เป็นคนดี และขอในทางกรรมดีเท่านั้น ท่านไม่ช่วยให้คนไปทำชั่ว คดโกงผู้ใดทั้งสิ้น

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ได้ทราบถึงบทความดีดีวิธีการบูชาและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรให้ได้ผลทันตาเห็นกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้คุณควรมีจิตใจที่ดี มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ และเร่งสร้างแต่กรรมดี

ใส่ความเห็น