สูตรน้ำกระเจี๊ยบแดงพุทราจีน ดื่มแก้เบาหวาน ความดัน และช่วยเรื่องลดน้ำหนัก

 

กระเจี๊ยบ ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hibiscus sabdariffa Linn. ชื่ออื่นๆของกระเจี๊ยบ เช่น กระเจี๊ยบเปรี้ยว ผักเก้งเค้ง ส้มเก้งเค้ง ส้มตะเลงเครง ส้มปู ส้มพอเหมาะ แกงแดง ส้มพอดี เรานำเอาส่วนยอดใบ กลีบเลี้ยง เมล็ด ยอดและใบ ของกระเจี๊ยบมาใช้ประโยชน์แบบสดๆ ส่วนกลีบเลี้ยง ใบ เมล็ด สามารถนำมาตากแห้งเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

 

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเอากระเจี๊ยบแดงส่วนไหนมาทำอะไร แบบไหนดี ขอแถมสูตรการแปรรูปกระเจี๊ยบแดงไว้รับประทานไว้ภายในบ้าน ที่ทั้งอร่อยและรับประทานกันได้ทุกเพศทุกวัย ดังนี้

น้ำกระเจี๊ยบแดงพุทราจีน

วิธีทำ

-ให้เตรียมกระเจี๊ยบประมาณ 1 กำมือและพุทราจีน 1 กำมือ
-นำมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วบีบพุทราจีนให้แตก ให้รวมกันลงในภาชนะแล้วเติมน้ำเปล่า 2 ลิตร
-ต้มให้เดือดสักพักแล้วยกลง กรองเอาเนื้อออกให้เหลือแต่น้ำ
-เติมน้ำตาลเพื่อปรุงรส หรือจะใช้ใบหญ้าหวาน หรือลำไยตากแห้งแทนก็ได้ เพราะจะได้ความหวานจากธรรมชาติที่ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง หรือไม่ต้องใส่เลยก็ได้ เมื่อได้รสตามชอบใจแล้ว ก็ให้นำมาเก็บใส่ขวดแล้วแช่ไว้ในตู้เย็นเอาไว้ดื่ม
-สาเหตุที่ใส่พุทราผสมลงไปนั้น เป็นเพราะว่าการต้มกระเจี๊ยบแดงกินแบบเดี่ยว ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ อาจจะทำให้ไตเสื่อมได้ จึงต้องมีพุทราจีนตากแห้งผสมลงไปด้วย เพื่อเป็นตัวแก้และเป็นตัวช่วยบำรุงไตไปด้วยในตัว

————————
แถม!! เมนูทานเล่นจากกระเจี๊ยบแดง

แยมกระเจี๊ยบแดง

เครื่องปรุงและวัตถุดิบ

-ดอกกระเจี๊ยบสดหรือแห้ง 300 กรัม
-น้ำตาลทราย 300 กรัม
-น้ำ 3 ถ้วยตวง (กรณีที่ไม่ยากเคี่ยวนาน ก็ใส่พวกผงวุ้น ผงแพคตินก็ได้)

วิธีทำ

ฉีกดอกกระเจี๊ยบเป็นกลีบๆ แกะเอาเมล็ดออก นำกลีบดอกกระเจี๊ยบสดมาต้มกับน้ำจนนุ่ม แล้วกรองเอากากออกมาปั่นให้ละเอียด
ผสมกับน้ำตาลทราย ลงในหม้อเคี่ยวจนเหนียวเป็นวุ้น หรือใส่ผงวุ้นหรือผง แพคตินลงไปเพื่อเพิ่มการเกาะตัวของเนื้อแยม
ใส่ขวดที่ล้างด้วยน้ำร้อนคว่ำจนแห้ง ใส่แยมกระเจี๊ยบเก็บไว้ในตู้เย็น สำหรับทาขนมปังรับประทาน ควรเก็บแยมกระเจี๊ยบไว้ในตู้เย็น เพื่อรักษาคุณภาพเอาไว้และเก็บได้นานยิ่งขึ้น

ดอกกระเจี๊ยบแดงแช่อิ่ม

เครื่องปรุงและวัตถุดิบ

-ดอกกระเจี๊ยบแดงสด 20 ดอก
-น้ำปูนใส 2 ถ้วยตวง
-เกลือป่น ½ ช้อนโต๊ะ
-น้ำ 2 ถ้วยตวง
-น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ

นำกระเจี๊ยบแช่ในน้ำปูนใส ใส่เกลือแช่ไว้ 1 คืน แล้วนำมาแช่น้ำเปล่า 1 คืน ให้คืนความเค็มสูงขึ้นจากน้ำ เคี่ยวน้ำตาลกับน้ำให้เป็นน้ำเชื่อมแล้วทิ้งไว้ให้เย็น ใส่กระเจี๊ยบลงแช่ค้างคืน สงขึ้นตากแดด แล้วนำน้ำเชื่อมไปอุ่น แล้วจึงแช่กระเจี๊ยบในน้ำเชื่อม ทำประมาณ 4 วัน จนกระเจี๊ยบใสกรอบ จึงนำมารับประทานได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : เกร็ดความรู้.net,

ใส่ความเห็น